The Why of My Favorites (17)


…ฝูงนกนางนวล แม้ในการหาอาหารและกิจกรรมอื่นๆ อาจแย่งชิงจิกตีกินบ้าง แต่มันไม่เคยกัดกันจนตายไปข้างนึงหรือฝูงแตกกระเจิง…

ชอบฝูงนกนางนวล / เหมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งอิสรภาพและความผูกพัน
อิสรภาพและความผูกพัน (Freedom & Attachment) ถ้อยคำที่มีความหมายอย่างลึก ลึกจนเหมือนสุดเอื้อม…

หากใครเติบโตอยู่ในช่วงทศวรรษปี ค.ศ. 1970s หรือช่วงทศวรรษปี พ.ศ. 2510s หลายคนคงรู้จักนกนางนวลในหนังสือที่ชื่อ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน ซีกัล (Jonathan Livingston Seagull) หนังสือโด่งดังขายดีในสหรัฐ โดยนักเขียนที่ชื่อ Richard Bach และนกตัวนี้คงได้กลายเป็นฮีโร อยู่ในดวงใจของหลายๆ คน รวมทั้งฉันด้วย (หนึ่งในบรรดาวีรบุรุษ / วีรสตรีในดวงใจอีกหลายนามด้วยกัน)

ในยุคนั้น บอกตามตรงอ่านหนังสือครั้งแรก ฉันก็ชอบนกตัวนี้ทันที

จริงแล้วมันเป็นตัวแทนของยุคนั้นที่เรียกว่า “ยุคแสวงหา” หรือที่เรียกภาษาอังกฤษกันว่า Soul Searching หรืออะไรทำนองนี้… ฉันเติบโตในยุคนั้น ที่คนหนุ่มสาวจำนวนมากต่างตั้งคำถามว่า คนเราเกิดมาเพื่ออะไร? ชีวิตมีเจตจำนงหรือไม่อย่างไร? หรือเพียงแค่เกิด แก่ เจ็บ แล้วก็ตายไป…?

ฉันนั้นชอบนกนางนวลอยู่แล้ว (แม้ว่ามันไม่ใช่นางนวลโจนาธาน) ฉันชอบเห็นเวลามันโผบิน ถลาร่อน ด้วยปีกที่แผ่กว้างสีขาว กลางท้องฟ้าสีคราม ยามอาทิตย์ทอแสงสะท้อนจากผืนน้ำระยิบระยับ …ผืนฟ้าสีครามอันกว้างไกล… กับนกนางนวลสีขาวแต่ละตัวที่กำลังบินถลาร่อน… ช่างเป็นอิริยาบถการเคลื่อนไหว และท่วงท่าที่สง่างาม ดูอิสระเสรีเสียจริง… แต่เมื่อร่อนลงสู่ผืนน้ำ นกแต่ละตัวก็หลอมรวมเข้าไปในฝูงอย่างแนบสนิท บินท่องไปเป็นฝูงในทิศทางและเป้าหมายเดียวกัน… แม้ว่าในยามแสวงหาอาหารหรือในกิจกรรมอื่นๆ อาจแย่งชิงจิกตีกันบ้าง แต่ก็ไม่เคยกัดกันจนตายไปข้างนึง หรือฝูงแตกกระเจิง… เรายังเห็นฝูงนกนางนวลบินมาจากถิ่นแดนที่หนาวเย็นแถบเทือกเขาหิมาลัย ลงมาอวดโฉมถึงบางปูประเทศเรา ช่วงฤดูหนาวของทุกปีเสมอชั่วนาตาปี…

แม้แต่โจนาธาน นางนวลของนายริชาร์ด บาค ที่ทำตัวโดดเดี่ยวเป็นขบถออกจากฝูง ไปถลาบินในแบบของตัวเองในวัยคึกคนอง แต่เมื่อได้เรียนรู้โลกและตัวเองจนทะลุปรุโปร่ง ก็ยังหวนคืนกลับสู่ฝูง เพื่อถ่ายทอดบทเรียนและประสบการณ์ อันช่ำชองที่สั่งสมมาจากชีวิตจริงของตน สู่ชนรุ่นหลัง… เพือให้รู้จักคุณค่าของคำว่า อิสรภาพ ความผูกพัน และที่สำคัญคือ การให้อภัย…

นี่ไง เหตุที่ทำไมฉันจึงชอบนกนางนวล (รวมทั้งนางนวลโจนาธาน) เพราะมันสอนให้ฉันรู้จักคำว่า “อิสรภาพ”  “เสรีภาพ” การดำรงตนในความดีงามและเชิดชูสิ่งนี้ การไม่ยอมก้มหัวให้กับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม ขณะเดียวกัน มันสอนให้ฉันรู้จักความรักและความผูกพัน ที่คนเราจะมีให้แก่เผ่าพันธุ์ของตนเอง มนุษย์ด้วยกัน… นกนางนวลสอนให้ฉันมองเห็นสิ่งที่เรียกว่ามนุษยธรรม การให้อภัย รวมทั้ง สายใยที่มนุษย์มีให้กับมนุษย์ด้วยกันอย่างเท่าเทียม

นกนางนวลท่วงท่าสง่างามดูอิสระเสรียามโผบินด้วยปีกของตัวเอง แต่เมื่อร่อนลงสู่ผืนน้ำ เราได้เห็นแต่ฝูงนกสีขาวนับพันนับหมื่นตัวที่กลมกลืนอย่างมีชีวิตชีวา… บ่งบอกให้รู้ได้ว่านี่คือฝูงนกที่บินมาจากแดนไกล และจะบินจากไปพร้อมๆ กันเมื่อถึงเวลา…

ณ ยามนี้ฉันยิ่งรู้สึกชอบนกนางนวลจนจับใจ…

This entry was posted in Books. Bookmark the permalink.

4 Responses to The Why of My Favorites (17)

  1. Sanyalak says:

    ไม่ได้อ่าน เพราะไม่ชอบนก รวมทั้งสัตว์ปีก กลัวไข้หวัดนกมีหู หนูมีปีกง่ะ แล้วก็ไม่ชอบสัตว์สองขา ชอบสี่ขา

  2. Vismai says:

    ในยุคทศวรรษ 1970 ที่หนังสือนี้ตีพิมพ์ออกขาย หากมีปรากฏการณ์ไข้หวัดนกในตอนนั้น อาจเป็นไปได้ที่หนังสือจะขายไม่ดีจนติดอันดับ เบสต์ เซลเลอร์ ไปทั้งโลก และเราก็อาจไม่ได้มีโอกาสรู้จักหนังสือเล่มนี้นะ ฉบับแปลไทยก็มี เวอร์ชั่นของอาจารย์ชาญวิทย์ ดูจะฮิตสุด

  3. โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล…..ผมได้เคยอ่านหนังสือเล่มนี้ นานมากเลยครับตั้งแต่เมื่อครั้งเป็นแพทย์ทำงานวิจัยอยู่ในมหาวิทยาลัยโรงเรียนแพทย์ที่ประเทศญี่ปุ่น ประมาณปี พศ 2522-2525 เป็นต้นฉบับ Jonathan Livingston Seagull โดย Richard Bach และต่อมาเมื่อกลับมาทำงานที่เมืองไทยแล้ว จึงพบกับฉบับแปล ชื่อ โจนาธาน ลิฟวิงสตัน : นางนวล โดยผู้แปล อาจารย์ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ประกอบกับผมชอบอ่านหนังสือธรรมะ โดยเฉพาะ ของท่านพุทธทาส ภิกขุ และอื่นๆ ทำให้ผมชอบอย่างซาบซึ้งในเนื้อหาความหมาย แทบทุกตัวอักษรและบ่อยๆครั้งก็จะเทียบกับอรรถรสความไพเราะในเชิงภาษา ทั้งต้นฉบับภาษาอังกฤษและภาษาไทย สิ่งที่ผมได้รับจาก ตัวละครโจนาธานฯ นั้นมากกว่าปรัญาหากแต่่ก้าวข้ามไปสู่ธรรมะทางพุทธศาสนาของเรา ผมจึงได้มีโอกาสนำมาใช้ในประสบการณ์การของชีวิตผมทั้งในระบบราชการและเอกชนโดยเฉพาะทัศนคติที่นำกระบวนทํศน์ให้ก้าวข้ามอุปสรรคไปสู่วิสัยทัศน์ที่วางไว้ ผมจะไม่ขอเล่าถึงรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตการงานที่ผ่านมาในที่นี้ แต่เท่าที่มองเห็นปัญหาโดยเฉพาะความขัดแย้งทางการเมืองและความความคิดเห็นที่แตกต่างกันอย่างมากมายในระหว่างคนไทยด้วยกันเอง เหมือนกับกำลังพูดคนละเรื่องเดียวกัน การวิพากวิจารณ์ได้ขยายวงกว้างออกไปอย่างมากมายโดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับในกฏกติกาที่มีอยู่ในระบอบประชาธิปไตยที่เคยก่อร่างสร้างขึ้นมาและมีอยู่ ถึงแม้ว่าอาจจะยังไม่เป็นที่ยอมรับว่าสมบูรณ์แบบที่สุดแล้วก็ตาม ในมุมมองทางธรรมาภิบาลและศาลตุลาการรัฐธรรมนูญ ในการแสดงออกทางภาษาโลกนั้นผมมิบังอาจที่จะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง เพราะผมมิได้ขีดเส้นหนาๆไว้เพื่อแดงว่าผมอยู่ยืนอยู่ตรงกลาง เพราะในกระแสปัจจุบัน แทบทุกคนก็จ้องจับกันอยู่ว่าใครอยู่ฝั่งไหนกลุ่มไหนด้วยกระแสของสังคม องค์กรละอาชีพการงานแทบทุกคนก็จัดตัวเองหรือถูกจัดไว้ในกรอบต่างๆมากพออยู่แล้วตามอุดมการณ์ที่แตกต่างกันไปรวมทั้งกลุ่มที่ตีกรอบหนาๆไว้หน่อยว่าอยู่ตรงกลางปฏิเสธอย่างแรงไม่เห็นด้วยชอบกับกลุ่มใด ก็ยังเป็นอีกกลุ่มให่ม่ที่เป็นเอกลักาณ์ของกลุ่มเองอยู้ดี ในทางกลับกันกับทั้งหมดนั้น ผมเพียงมีเส้นที่เล็กๆที่สุ ที่มองด้วยตาก็ไม่เห็น แยกแยะไว้ว่ากลุ่มเหล่านั้นอยู่ไหนเท่านั้นโดยเฉพาะมีประโยชน์ไว้ในการสื่อสารถึงกัน โดยเฉพาะเมื่อผ่านทางเฟสบุ๊ก ด้วยปรัชญาและจิตวิญญาณที่ได้รับจาก โจนาธาน ลิฟวิงสตัน นางนวล สอนผมว่า บทเรียนบทสุดท้่ายนั้น คือต้องฝึกฝนความรักไว้อย่างจิตวิญญาณ กล่าวคือรักและเมตตาต่อทุกๆชีวิตแม้แต่ผู้ที่ไม่ปราถนาดีกับเราหรือจะเป็นศัตรูกับเรา ดังนั้นผมเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่ละวางแต่ส่งความรักและความปราถนาดีไปให้คนไทยทุกๆคน ทุกกลุ่มที่ตีกรอบ ขีดเส้นและมีสัญลักษณ์ที่สร้างขึ้นเป็นเอกลักษณ์ของกลุ่มเอง บางท่านบอกว่าผมใช้อุเบกขาและคงไม่ยุ่งเกี่ยวกับใครเลย ผมเพียงแต่ยิ้มโดยไม่ได้ตอบอะไร หลายคนบอกว่าธรรมะแบบอุเบกขาในกรณีนี้ไม่ถูกต้องทำไม่ได้ เพราะต้องปกป้องชาติไทยของเรา เช่นเดียวกันผมรับฟังข้อคิดเห็นของทุกคน ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ต่างฝ่ายกำลังหาทางออกอยู่ ถึงวันนี้ ที่ 2 ธันวาคม 2556 ผมรู้สึกในจิตสำนึกว่าไม่มีเวลาแล้วที่นักวิชาการที่ทรงคุณวุฒิที่มีอยู่ มากมายจะเปิดตำรากลยุทธทางโลกใดๆตราบใดที่มนุษย์ยังตืดอยู่กับสำนึกที่เป็นตัวตนทางร่างกายนี้ คืออายตนะทั้งหก การพูดจาการปรองดองไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ในขณะที่เราเดินต่อต้าน รุนแรงกันในระนาบบนพื้นถนนแบบนี้แน่ๆ แต่ผมคิดว่าคนไทยต้องใช้จิตสำนึกใหม่ โดยง่ายที่สุดคือนำทศพิทธราชธรรมมาเป็นปนิธาณและนำไปปฏิบัติ โดยที่เป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะให้ประเทศไทยกลับคืนมาสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว เรามีธรรมะในพุทธศาสนา เช่น มรรคมีองค์แปด พรหมวิหารสี่ และอิทธิบาทสี่ ฯลฯ ซึ่งสามารถจะนำมาใช้ได้เลย ประชาธิปไตยที่จะเกิดขึ้นนั้นต้องมีทั้งธรรมาภิบาลและจริยธรรมที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเรียบง่ายสมกับสัญลักษณ์ธงชาติไทย สีแดงขาว น้ำเงิน นั้นเราทุกคนรักและเทอดทูล ชาต ศาสนาและองค์พระมหากษัตริย์ เป็นค่านิยมของชาวไทยทั้งประเทศ สุดท้่ายนี้ผมตั้งใจเพียงอยากจะบอกว่า เราต้องค้นพบ “โจนาธาน ลิฟวิสตัน นางนวล” และ หรือตามหลักพุทธศาสนาก็คือ ความเป็น “พุทธะในตัวเรา” ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานให้ได้เร็วๆ . ด้วยความรักและความปราถนาดีที่ส่งมาให้เช่นเคย ………………………………..บันทึกบทความโดย นายแทย์ ดำรงพันธ์ วัฒนะโชติ

    • CordiaV says:

      ขอขอบคุณนายแพทย์ ดำรงพันธ์ สำหรับบทบันทึกที่เกี่ยวเนื่องกับโจนาธาน ลิฟวิงสตัน มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s