The Why of My Favorites (25) กินอาหารสไตล์ไร้ร่องรอย


การกินอาหารสไตล์ “ไร้ร่องรอย”  (The “traceless” eating style)

ฉันชอบแนวการกินนี้นะ น่าจะใช้ชื่อว่าการกินแบบนินจา… (พวกนินจาอาจไม่ได้กินแบบนี้ก็ได้)

ขออารัมภบทนิดนึง… คุณๆ เคยคิดไหมคะว่า การต้องรับประทานอาหารของคนเราเนี่ย เป็นต้นตอของอารยธรรมทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงของมนุษยชาติถ้วนหน้า และที่สำคัญการกินอยู่ เป็นต้นตอของปัญหาที่เผชิญหน้ามนุษย์เราตั้งแต่ต้นจนจบเลยทีเดียว และดังนั้น ถ้าหากเมื่อไหร่ มนุษย์สามารถปลดปล่อยตัวเองจากการต้องแสวงหาเพื่อการกินอยู่ได้ หรืออีกนัยหนึ่ง ถ้าหากการกินอยู่ของมนุษย์เป็นไปอย่างราบรื่นพอดีๆ ก็จะสามารถปลดแก้ปัญหาใหญ่น้อยทั้งปวงได้โดยปริยาย

ลองคิดๆ ดูเถอะค่ะ… จริงๆ นะคะ

และอันเนื่องจากว่า เรายังไม่สามารถแสวงหาจุดที่พอดีของการกินอยู่ ดังนั้น ถึงทุกวันนี้ ปัญหาที่มีต้นตอมาจากเรื่องดังว่านั้น มันจึงได้บานเบอะไปจนใหญ่โตเกินกำลังของมนุษย์ตัวเล็กๆ จะแก้ไขได้แต่เพียงลำพังไปมากแล้ว แถมมันก็ยังเล่นซ่อนแอบทำให้บางทีเรามองไม่ออกเลยว่า ปัญหาที่เผชิญหน้าเราทุกคนอยู่เนี้ยะ มันมาจากเรื่องการกินอยู่ของเราเอง ตั้งแต่ปัญหาโลกร้อน / โลกเย็น…ปัญหาสัตว์ที่เป็นอาหารหลายชนิดสูญพันธุ์…จนถึงปัญหาการก่อการร้ายสากล…

เอาละค่ะ เราจะไม่พูดมากกว่านี้ เดี๋ยวบล็อกเราเครียดเกิน

ข้ามช็อตมาสู่แนวปฏิบัติดีกว่าค่ะ

กินอย่างไรจึงไร้ร่องรอย? มันคือการกินเหมือนไม่ได้กิน คือการกินอย่างช้าๆ ได้รื่นรมย์กับรสชาติของอาหาร การได้สารอาหารสอดคล้องกับองค์ประกอบของธาตุ หรือกรุ๊ปเลือดในร่างกายของเรา และสอดคล้องกับจังหวะเวลาที่ร่างกายควรได้รับอาหาร  และที่สำคัญคือการกินที่ไม่ทำให้หิวหรืออิ่มเกินไป…กล่าวอีกนัยหนึ่ง…นี่ก็คือการหาจุดพอดีของการกินนั่นเอง เพราะหากเรากินที่จุดพอดีก็จะเหมือนไม่ได้กิน แต่ร่างกายได้รับอาหาร และสามารถปฏิบัติการงานต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง… ไร้ร่องรอย…ไม่สะดุด ไม่ต้องโอดโอยว่า อิ่ม อึดอัด และไม่ “หนังตาหย่อน”

ดังนั้น การกินนี้จึงไม่ใช่การกินที่เต็มไปด้วย “ข้อห้าม” การกินของเราที่นี่จะไม่มีคำว่า ห้ามกินโน่น ห้ามกินนี่ การกินที่นี่คือ ทุกคนกินอะไรก็ได้ตามแต่ใจปรารถนา แต่จะถือหลักสำคัญๆ แค่ว่า เราจะไม่กินมากเกินไปหรือน้อยเกินไป และไม่กินมูมมาม และหากเป็นไปได้เราจะแสวงหาสิ่งที่ดีๆ กิน แต่หากเป็นไปไม่ได้ เราก็จะกินสิ่งที่มีอยู่แต่น้อยๆ โดยกินอย่างมีกลยุทธ์ เช่น กินอาหารอีกชนิดหนึ่งที่เข้าไปหักล้างอาหารชนิดที่อาจก่อพิษในร่างกายของเรา เป็นต้น

เดี๋ยวนี้มีความรู้จำนวนมากที่สามารถบอกเราได้ว่า ตัวของเรานั้นถูกหรือไม่ถูกกับอาหารชนิดใด เช่น ความรู้เกี่ยวกับการกินอาหารตามธาตุในร่างกาย หรือการกินอาหารตามกรุ๊ปเลือดของแต่ละคน เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้เราสามารถกำหนดชนิดอาหารในชีวิตของเราเองได้ เมื่อเรามีต้นแบบอาหารส่วนตัวของเราแล้ว ก็จะเป็นการง่ายในการเลือกกิน

คุณคงเห็นด้วยว่า การกินอาหารที่ดีที่สุดคือ กินอาหารที่เราทำเอง เพราะเราจะสามารถกำหนดปริมาณอาหารที่พอดีกับเราได้ แต่หากเราต้องกินอาหารนอกบ้าน ก็ควรเลือกกินร้านหรือประเภทอาหารที่เสิร์ฟในปริมาณที่เราอิ่มพอดีๆ จะได้ไม่มีของเหลือทิ้ง หรือไม่ทำให้ร่างกายของเราต้องรับอาหารเข้าไปมาก จนต้องเหน็ดเหนื่อยกับการย่อยอาหารพวกนั้น เพราะนั่นอาจจะเป็นต้นตอหนึ่งของการเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ

และนี่ก็คือสิ่งที่เรียกในที่นี้ว่า การกินอาหารสไตล์ “ไร้ร่องรอย” ค่ะ…

This entry was posted in Food and drink, Health and wellness and tagged , , . Bookmark the permalink.

One Response to The Why of My Favorites (25) กินอาหารสไตล์ไร้ร่องรอย

  1. CordiaV says:

    ลืมบอกไปว่า เมื่อเรากินแบบนี้ไปสักพัก นานๆ ที เราจะ “ปล่อยผี” กันบ้างก็ไม่ผิดตรงไหน นัดเพื่อนๆ ไปฟาดฉลองกันให้เต็มอิ่ม กินอาหารที่ก่อพิษเข้าไปบ้างก็ได้ด้วย ร่างกายเราจะได้รู้จักสร้างภูมิต้านทานไง พูดจริงๆ นะคะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s