เข้าถึงศาสนา / การไปด้วยหนทางของตัวเอง


(ชี้แจง: การเรียนรู้คำสอนทางศาสนา / หรือการเข้าถึงศาสนาใดหนึ่งของแต่ละคนน่าจะมีลักษณะที่ต่างๆ กันไป ที่จะเขียนต่อไปนี้ก็เป็นเพียงประสบการณ์หนึ่งของฉันที่นำมาแชร์กันเท่านั้นค่ะ)

######

เพื่อนที่สนิทๆ กันของฉัน เรามักรู้จักกันดีเมื่อพูดกันถึงเรื่องธรรมะธรรมโม เราก็มักจะมีอาการหาวเรอ…

และก็คิดคล้ายๆ กันว่า เราคงจะเป็นพวกบาปหนักหนาแน่ๆ ที่ไม่เคยคิดอยากจะเที่ยวไปปฏิบัติธรรมกะใครเค้า… คิดแต่อยากจะไปท่องโลก ชื่นชมธรรมชาติและความเป็นไปที่หลากหลายของโลก… เราคงเป็นพวกทางโลกมิใช่ทางธรรม…

หากเพื่อนอ่านมาถึงตรงนี้ จะขอรีบถือโอกาสบอกกล่าวไว้ด้วยว่า…

เฮ้… เปล่าหรอก… เราก็ยังเป็นพวกทางโลกเหมือนเดิมนั่นแหละนะ (=ยังคิดไปท่องโลกอยู่เหมือนเดิม) ที่บอกว่าหันมาสนใจพุทธธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั้น ไม่ได้หมายความว่าเราได้แปรเปลี่ยนกลายร่างเป็นคนนุ่งขาวห่มขาว หันหน้าเข้าวัดไปแล้วแต่อย่างใด เราเพียงเกิดความอยากรู้ก็เลยพยายามค้นหารายละเอียดในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ามากขึ้นหน่อยเท่านั้น…

ณ ยามนี้… เราเป็นแค่พวกทางโลกที่เกิดอยากรู้ว่า ศาสนาพุทธสอนอะไรกันแน่… ทำไมจึงสามารถสร้างความมึนงงให้เรามาได้นานขนาดนี้… เท่านั้น

######

ขออนุญาตอ้างอิงว่า… จุดประกายแรกที่ทำให้ฉันเริ่มมีแรงมุ่งมั่นที่จะพยายามศึกษาพุทธธรรมคำสอนมากขึ้นก็คือตอนที่ฉันต้องอ่านต้นฉบับหนังสือรวมงานเรื่อง “นิพพานในศตวรรษที่ 20” ของ อนุช อาภาภิรม (2541) เมื่อราวเกือบ 15 ปีที่ผ่านมานั่นเอง /

######

ต้องบอกตามตรงว่า หนังสือเชิงธรรมะเล่มนี้เป็นเพียงจุดประกายแรก… เนื่องจากลักษณะการเขียนเป็นแบบเปรียบเทียบ และเชื่อมโยงกับความรู้ที่มีการรับรู้กันทั่วไปแล้วในปัจจุบัน ทั้งทางวิทยาศาสตร์ / สังคมศาสตร์ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ถึงยุคปัจจุบัน รวมทั้งคำศัพท์บาลี / สันสกฤตที่ฟังดูยากเกือบทุกคำ มีการอธิบายความกำกับไว้ ด้วยภาษาที่เข้าใจได้ง่ายโดยตลอด ทำให้สามารถทำความเข้าใจเนื้อหาของคำสอนเหล่านั้นได้มากขึ้น

หนังสือเชิงธรรมะเล่มนี้ถือเป็นเล่มแรกที่เมื่ออ่านแล้วทำให้เกิดความคิดว่า…

จริงเหรอนี่! สิ่งที่พระพุทธเจ้าค้นพบเมื่อเกือบสองพันห้าร้อยห้าสิบปี (นับถึงปัจจุบันก็กว่า 2555 ปี) มาแล้วเกี่ยวกับเรื่องสภาวธรรม 3 ลักษณะ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ได้รับการยืนยันด้วยการค้นพบทางวิทยาศาสตร์เมื่อไม่นานมานี้… นั่นคือการค้นพบจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ว่า …สาระที่แท้จริงของจักรวาลคือความเคลื่อนไหว ไม่ใช่วัตถุ ดังนั้น ทุกสิ่งในจักรวาลเกิดและดับอยู่ในการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลง…

อ่านไปๆ ตลอดทั้งเล่ม ก็จะมีคำอุทาน …จริงเหรอ!… จริงเหรอ!… อีกมากมายหลายครั้งค่ะ…

แต่ถึงกระนั้น สำหรับฉัน หนังสือเชิงธรรมะเล่มนี้ก็ยังไม่มีข้อยกเว้น… แม้ว่าระหว่างนั้นฉันจะได้อ่านต้นฉบับอย่างตั้งใจ และถือว่าได้ทำความเข้าใจเรื่องได้กระจ่างชัดมากกว่าหนังสือเกี่ยวกับธรรมะเล่มอื่นๆ ที่เคยอ่าน… ฉันก็ยังคงเกิดอาการ “อ่านไม่เข้าหัว” อยู่ดี… นั่นก็คือเข้าใจเฉพาะตอนอ่าน พอวางหนังสือไม่นานก็เลือนไปจากสมองในส่วนความทรงจำชั่วคราว… นานๆ ไปก็จำไม่ได้แล้วว่าพูดเรื่องอะไรบ้าง…

######

บางท่านอาจจะนึกรู้สาเหตุว่าทำไม ฉันอ่านหนังสือธรรมะเล่มไหนๆ ก็ไม่เข้าหัวทั้งนั้น เพราะหนังสือพวกนี้เค้าไม่ได้มีให้อ่านท่องจำซะหน่อย… แล้วฉันเล่นอ่าน อ่านอย่างเดียว จะเข้าหัวได้ยังไง ก็หัวใจของธรรมะเค้าอยู่ที่การปฏิบัติ

ก็ไม่ยอมปฏิบัติธรรม แล้วธรรมะจะเข้าหัวได้อย่างไร? ฮือมม…

แต่… ปัญหาของฉันคือ ไม่สามารถจะปฏิบัติในสิ่งที่ยังไม่รู้ไม่เข้าใจได้  ทำไปมันก็เหมือน fake ปลอมนะ คงไม่ดี

คิดว่า…. ปัญหาของฉันนั้น นอกจากคำศัพท์ที่ทำให้เหนื่อยเสียก่อนจะเข้าถึงแก่นธรรมะแล้ว…. มันยังดูเหมือนมีปัญหาเกี่ยวกับลำดับความเข้าใจที่จะเข้าถึงพุทธธรรมคำสอนต่างๆ ในหนังสือเหล่านั้น …ฉันคิดว่า สิ่งที่ปรากฏในหนังสือเหล่านั้นเป็นลำดับความเข้าถึงธรรมะของคนเขียน แต่ไม่ใช่ลำดับความเข้าใจการเข้าถึงของตัวฉันเอง ดังนั้น ฉันจึงยังงงงวย จับต้นชนปลายไม่ถูก…

######

อย่างไรก็ตาม หลังจากจุดประกายแรกนั้นเอง ทำให้ฉันเริ่มหยิบหนังสือธรรมะเล่มโน้นเล่มนี้มาอ่านมากขึ้นๆๆ

และแล้ว….. ฉันก็พบว่า พจนานุกรมพุทธศาสตร์ โดยเฉพาะฉบับประมวลธรรม และเล่มอื่นๆ เช่น พุทธธรรม (โดย พระธรรมปิฎก ป.อ. ปยุตโต) ได้ช่วยเพิ่มความกระจ่างสร้างความเข้าใจในคำสอนของพุทธศาสนาแก่ฉันได้มากขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อค่ะเพื่อนๆ…..

หนังสืออ้างอิงเชิงพุทธศาสน์ชุดดังกล่าวนี้ ทำให้ฉันสามารถทำความเข้าใจ อะไรคืออะไรในคำสอนของพุทธศาสนาได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ มันทำให้ฉันดีใจและเกิดมีแรงกำลังที่จะพยายามติดตามศึกษาต่อไปอย่างเมามัน (เท่าที่เวลาอำนวยให้) จริงค่ะ

เดี๋ยวบล็อกหน้าจะมาเล่าต่อว่า ฉันได้พบเจออะไรบ้าง โดยเฉพาะฉันได้เจอเคล็ดลับ (ของตัวเอง) ในการทำความเข้าใจพระธรรมคำสอนที่ไม่เคยจะเข้าหัวมาอย่างยาวนานแล้ว ฉันได้เจอวิธีแล้วค่ะเพื่อนๆ

โปรด-อดใจรอ-ตอนต่อไปด้วยนะคะ ฉันว่ามันต้องน่าสนใจแน่ๆ เหมือนแช่แป้งแล้วต้องโม่ยังไงยังงั้นกันเลย…

รักคนอ่านทู๊กกกกคนเช่นเดิม /

This entry was posted in Books, religion and tagged , , . Bookmark the permalink.

One Response to เข้าถึงศาสนา / การไปด้วยหนทางของตัวเอง

  1. CordiaV says:

    ขอปรับหัวเรื่องใหม่นะคะ ชื่อนี้น่าจะตรงกับเนื้อหาที่ตั้งใจเสนอมากกว่าค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s