หัวใจของพุทธธรรม /มองภาพใหญ่กันก่อน


#####

วาดหวังไว้ในใจว่า เที่ยวนี้จะมาลองมองภาพใหญ่ หรือแผนที่ความคิดความเข้าใจ หรืออาจเรียกว่าเป็นหัวใจของคำสอนแนวพุทธก็ได้นะคะ ฉันชอบมองภาพใหญ่ก่อน เพื่อที่จะรู้ว่าเรากำลังจะเดินไปทางไหน จะได้ไม่มะงุมมะงาหรา เดินไปเหมือนซอมบี้ไม่มีทิศทางที่ชัดเจนไงล่ะ…

การมองภาพใหญ่ของพุทธศาสนาสำหรับฉันคือ ขอดูว่าพระพุทธเจ้าค้นพบอะไร และสั่งสอนเรื่องอะไร เพื่ออะไร

หนังสือเล่มหลักที่ฉันใช้คือ พุทธธรรม โดย พระราชวรมุนี (ประยุทธ์ ปยุตโต) ปกแข็ง เล่มหนาเตอะเลย เห็นความหนาแล้วอย่าเพิ่งตกใจ… กระซิบ…มีเคล็ดวิธีอ่านหนังสือเล่มหนาๆ ที่สำคัญคือ อย่าเอามานอนอ่าน /เอ้ย/ ไม่ใช่สิ / อย่าถือยืนอ่าน อ้าว/ ไม่ใช่อีก นั่นมันล้วนแล้วแต่วอนเจ็บตัวเวลาหนังสือหลุดหล่นจากมือ… ล้อเล่นๆๆ

วิธีอ่านหนังสือเล่มหนาๆ ใหญ่ๆ ของฉันคือ ศึกษาดูจากสารบัญก่อน… ขอบอกว่า… วิธีนี้เหมาะมากสำหรับการดูภาพใหญ่ ท่านประยุทธ์ ปยุตโต ราวกับรู้ว่าเราชอบใช้วิธีนี้ ท่านก็เลยทำสารบัญไว้ให้ดูได้หลายแบบด้วยค่ะ

ท่านมีการจัดระเบียบ แยกแยะหมวดหมู่ไว้อย่างดีมาก.. ส่วนเนื้อความก็เจาะอ่านในเรื่องที่สนใจก่อนได้เลย

อ้อ/… พุทธธรรมเล่มที่ฉันใช้ เป็นฉบับตีพิมพ์เมื่อปี 2529 ค่ะ ไม่ทราบว่าหลังจากนี้มีการตีพิมพ์ใหม่อีกหรือไม่

ไปสืบค้นดูได้ค่ะเพื่อน/

######

ภาพรวมๆ เกี่ยวกับเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ หรือเรียกว่าทรงตรัสรู้ (Enlightenment) ด้วยพระองค์เองนั้นประมวลขึ้นมาได้เป็นเรื่องใหญ่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกัน 5 เรื่อง คือการที่พระพุทธเจ้าทรงพบคำตอบสำหรับคำถามพื้นฐานดังนี้

(1) ชีวิตคืออะไร (คือเรื่องขันธ์ 5 และอายตนะ 6 หรือ The Five Groups of Existence / The Five Aggregates)

(2) ชีวิตเป็นอย่างไร (คือเรื่องไตรลักษณ์ /ลักษณะโดยธรรมชาติของสิ่ง The Three Characteristics of Existence)

(3) ชีวิตเป็นไปอย่างไร (คือเรื่อง ปฏิจจสมุปปบาท การอาศัยกันเกิดขึ้นของกองทุกข์ทั้งปวง หรือ The Wheel of Existence และเรื่อง กรรม Karma การกระทำที่ประกอบด้วยเจตนา และการให้ผลของการกระทำนั้นๆ)

(4) ชีวิตควรให้เป็นอย่างไร (คือเรื่องการดับกิเลสและขันธ์ทั้งปวง หรือ นิพพาน Nirvana / Extinction of The Defilements and The Aggregates)

(5) ชีวิตควรเป็นอยู่อย่างไร (คือเรื่องหนทางไปสู่การดับทุกข์ทั้งปวง หรือ มัชฌิมาปฏิปทา The Middle Path / The Noble Eightfold Path มรรคมีองค์ 8 เป็นต้น) เป็นแนวทางปฏิบัติธรรม ซึ่งได้แตกเป็นพระธรรมคำสอนออกไปมากมาย

######

หรือในอีกแบบหนึ่งคือ จาก 5 หมวดใหญ่ๆ ที่เป็นเนื้อหาเรื่องสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบข้างต้น เราอาจรวมหมวดเป็นว่า พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ อริยสัจ 4 (The Four Noble Truths) โดยนำมาจัดกลุ่มใหม่ตามแนวนี้ได้อีก ดังนี้

(1) ทุกข์ (Suffering) ประกอบด้วยเรื่อง ขันธ์ 5 อายตนะ 6 และ ไตรลักษณ์ (ชีวิตคืออะไร และชีวิตเป็นอย่างไร)

(2) สมุทัย (The Cause of Suffering) ประกอบด้วยเรื่อง ปฏิจจสมุปปบาท และเรื่องกรรม (ชีวิตเป็นไปอย่างไร)

(3) นิโรธ (The Cessation of Suffering) ประกอบด้วยเรื่อง นิพพานเป็นสำคัญ (ชีวิตควรเป็นอย่างไร)

(4) มรรค หรือ มัชฌิมาปฏิปทา (The Path leading to The Cessation of Suffering) (ชีวิตควรเป็นอยู่อย่างไร)

######

ทั้งหมดที่ว่ามา ท่านถือว่าคือหัวใจของเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ได้ด้วยพระองค์เอง ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เมื่อมีพระชนมายุได้ 35 พรรษา หรือเมื่อ 2600 ปีที่ผ่านมานั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นภาพใหญ่ ที่เผยให้เห็นเป็นโครงร่างคร่าวๆ เหมือน Outline หรือภาพร่าง Sketch ก่อนที่ศิลปินจะวาดชิ้นงานจริงซึ่งจะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นอย่างอลังการ…

เนื้อหาในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎก และคัมภีร์อื่นๆ จริงๆ ก็อลังการมากค่ะ หากจะศึกษาลงไปในรายละเอียดแต่ละส่วนก็อาจทำให้เราหัวหมุนได้เหมือนกัน

ดังนั้น เราจึงต้องจับหลักใหญ่ๆ ไว้ก่อน เพื่อจะได้ไม่หัวหมุนเวลาเราพบคำสอนในเรื่องต่างๆ ที่ปรากฏให้เราเห็น เพราะในแต่ละเรื่อง ล้วนมีรายละเอียดจำแนกแยะแยะไว้อย่างมหัศจรรย์จริงๆ เช่นในเรื่องเกี่ยวกับขันธ์ 5 และอายตนะ 6 แยะแยกไว้อย่างละเอียดลออ ราวกับเป็นนัก Anatomist ทางจิต-กายวิภาค ก็ว่าได้…

จากเรื่องที่เป็นหัวใจหลักๆ ดังกล่าวเหล่านี้ ได้แตกออกเป็นพระธรรมคำสอนมากมายหลายร้อยหลายพันเรื่องที่มีไว้ให้เลือกศึกษาติดตาม และเลือกนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม / บุคคล ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเน้นแนวทางการปฏิบัติเป็นสำคัญ ซึ่งก็คือข้อสุดท้ายที่ว่าด้วย “ทางสายกลาง” หรือ “มรรคมีองค์ 8” และไม่มีการบังคับกะเกณฑ์ ใครปฏิบัติได้มากน้อยตามแต่ปัจจัยภายในของแต่ละคน

######

อย่างไรก็ตาม ที่น่าสังเกตคือ พระพุทธเจ้าเน้นการปฏิบัติเป็นสำคัญก็จริง แต่พระองค์ท่านเน้น “ปัญญา” คือ เห็นชอบ (Right View) และ ดำริชอบ (Right Thought) ต้องมาก่อน ก่อนที่จะปฏิบัติตามแนวคำสอนอื่นๆอีก 6 ประการที่อยู่ในองค์ของ “มรรค8” ที่แบ่งเป็น “ปัญญา2 ศีล3 และสมาธิ3” ซึ่งน่าจะเป็นปมเงื่อนที่สำคัญว่าไหมคะ?

น่าจะเป็นเหมือนในพุทธประวัติที่ว่า ต่อเมื่อท่านพบว่าใครมี “ดวงตาเห็นธรรม” แล้วจึงจะเริ่มสั่งสอน

ดังนั้น ฉันจึงคิดว่า ก่อนที่ฉันจะไปปฏิบัติธรรมหรือทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องศาสนานี้ ฉันจะต้องทำความเข้าใจและมองเห็นเสียก่อนว่า หัวใจของพุทธธรรมอยู่ที่ไหน พระพุทธเจ้าทรงเห็นอะไรและคิดอย่างไร และเราเห็นเช่นนั้นด้วยหรือไม่?

…ฮือมม หลายคนอาจคิดว่า… แบบนี้ เอ็ง (ฉันเอง) คงต้องไปเวียนว่ายตายเกิดอีก 500 ชาติ แล้วค่อยมาว่ากัน….จริงไหมเนี่ย?… เอาเถอะ / คงต้องลองดู//

เพื่อนรัก เราจะไปด้วยกันไหม ฉันคิดแล้วว่าจะลอง… หากฉันได้พบอะไรที่น่านำมาบอกเพื่อนอีก บล็อกหน้าเจอกันค่ะเพื่อนๆ

รักและคิดถึงเสมอนะ พบกันใหม่ๆๆ ไปก่อนละ.

This entry was posted in Books, religion and tagged , , . Bookmark the permalink.

2 Responses to หัวใจของพุทธธรรม /มองภาพใหญ่กันก่อน

  1. Anonymous says:

    ขอบคุณค่า

    • CordiaV says:

      ตอบคุณนิรนาม, ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ก็ขอขอบคุณสำหรับคอมเมนท์จากใจที่ให้มาค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s