อาหารเปลี่ยนชีวิต… คาร์โบไฮเดรตคือกุญแจดอกสำคัญค่ะ


ความเข้าใจและการปฏิบัติที่ผิดๆ … (ของฉัน)

ข้าวปั้นไส้ผักห่อด้วยฟองเต้าหู้

ข้าวปั้นไส้ผักห่อด้วยฟองเต้าหู้

เมื่อก่อนฉันเข้าใจว่า คาร์โบไฮเดรตก็คืออาหารจำพวกแป้งน้ำตาลที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เราอ้วน กินเข้าไปแล้วทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และเป็นสาเหตุของโรคร้ายมากมายที่จะตามมา ดังนั้น หากไม่อยากอ้วนหรือต้องการลดน้ำหนักตัวลง ก่อนอื่นต้องลดเลิกอาหารจำพวกแป้งน้ำตาลและน้ำมัน (ไขมัน) และยังเลยเถิดไปเชื่อว่า กินเนื้อไม่ทำให้อ้วน แต่ในทางตรงข้ามจะทำให้น้ำหนักลดลงไปได้ด้วย เพราะร่างกายจะดึงเอาไขมันส่วนเกินของเราไปย่อยโปรตีน อะไรทำนองนี้…ค่ะ

แย่จัง!

จากนั้นสิ่งที่ปฏิบัติคือ โปรแกรมโปรตีนไดเอท เช่น เมนูเนื้อแบบไม่ติดมัน หรือหมู ไก่ ปลาก็ได้ วันละอย่างต่ำ 100 กรัม ปิ้ง นึ่ง ย่างเป็นหลัก ร่วมกับพวกผักนึ่ง หรือทำเป็นเกาเหลาเนื้อตุ๋น เป็ดตุ๋น หมูตุ๋น มีซุปผักโปแทสเซี่ยมเติมสาหร่ายปรุงด้วยซอสเพียงเล็กน้อย เป็นเครื่องเคียงซดๆไปเรื่อยๆ นอกนั้นบางมื้อก็กินสลัดผักเยอะๆ หรือส้มตำปู + ลาบหมู ไม่กินผลไม้ที่มีรสหวาน และมีมื้อหนึ่งเป็นอาหารเสริมโปรตีนในรูปโปรตีนผงชงน้ำเขย่าดื่มเลย หากกลัวหิวก็เพิ่มข้าวเพียง 1-2 ทับพีต่อวัน หรือขนมปังปิ้ง 1 แผ่นเท่านั้น ระหว่างมื้ออาหารหากหิวก็ดื่มน้ำเปล่า หรือชา หรือกาแฟไม่ใส่นม / น้ำตาล ฯลฯ (คนอื่นๆอาจจะมีเมนูที่แตกต่างกันไป)

ปฏิบัติอยู่อย่างนี้ …สลับกับ “การปล่อยผี” เป็นระยะๆ… (ดีนะเนี่ยที่ยังมีการปล่อยผีมาช่วยไว้บ้าง)

ชุดเมนูอาหารดังกล่าวข้างต้น หากคำนวณเป็นแคลอรี่ เมนูเนื้อก็ประมาณ 400-600 กิโลแคลอรี่ เมนูผักก็สลัดผัก 1 จาน ประมาณ 100-200 กิโลแคลอรี่ ซุปผักหรือส้มตำปู 35-50 กิโลแคลอรี่ ถ้ามีอาหารเสริมโปรตีนเช้คก็น่าจะเพิ่มอีกประมาณ 150-270 กิโลแคลอรี่ รวมๆ แล้วหากปฏิบัติอย่างเข้มงวด วันๆ หนึ่งมีอาหารตกถึงท้องระหว่าง 800 – 1,200 กิโลแคลอรี่ โดยประมาณ ซึ่งถือว่าพลังงานน้อยเกินไป ต่ำกว่าขั้นต่ำที่องค์การอนามัยโลกกำหนด (1,300 กิโลแคลอรี่/วัน) ทำอะไรไม่ไหว คิดอะไรไม่ออกเลยละ แต่…เราก็ฝืนทำกันซึ่งเป็นเหตุให้ร่างกายเหน็ดเหนื่อยอย่างมากเพราะต้องดึงพลังงานจากแหล่งอื่นๆ มาใช้แทน

มันเป็นกระบวนการทรมานตัวเองโดยไม่จำเป็นรึเปล่า?!

ในตอนแรกๆ จะผอมลงน้ำหนักลงจริงนะ และระหว่างนั้นเพื่อแก้ปัญหาร่างกายเหนื่อยเพลียหมดเรี่ยวแรงและปัญหาอื่นๆ (ได้กล่าวถึงไว้บ้างแล้วในบล็อกก่อน) เรามักจะมีการกินพวกวิตามินต่างๆ เสริมเข้ามา และพอเราเริ่มกินวิตามินและอาหารเสริมต่างๆ เราก็จะรู้สึกว่ากลับมาอยากกินอาหารต่างๆ มากขึ้น จากนั้นเราก็อาจควบคุมตัวเองไม่ได้ / หรือควบคุมได้น้อยลง หลังจากนั้น… การกินอาหารแม้ไม่มากขึ้นเท่าใดนัก แต่น้ำหนักมันก็จะค่อยๆ เพิ่มกลับเข้ามา ในลักษณะที่เรียกว่าอาการโยโย่ …

มีการอธิบายเหตุของอาการโยโย่ ว่าไม่ได้เกิดจากเรากินอาหารมากขึ้นอย่างเดียว หากแต่ที่สำคัญเกิดจากกลไกอัตโนมัติของร่างกายเรา ที่คิดว่าร่างกายเราได้เผชิญภาวะขาดแคลนอาหาร (ตอนที่เรากินน้อยและงดแป้งไขมัน ฯลฯ) จึงจำต้องสะสมอาหารไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกายมากขึ้น เก็บไว้ใช้ในยามที่ร่างกายขาดแคลน กล่าวคือพอร่างกายได้รับอาหารเข้ามา มันก็จะจัดแจงเอาไปสะสมเอาไว้ไม่เอาไปใช้ เราก็อ้วนน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมไปเรื่อยๆ (โดยก็ไม่ได้กินอาหารมากเท่าไหร่) นั้นแลฯ

นี่มันน่ากลัวมาก!! ยังไม่ได้คิดต่อเลยว่ามันจะนำไปสู่อะไรอีกบ้าง….

#####

ตำถั่วกับแตงกวาสด #vegan-food #raw-vegan

ตำถั่วกับแตงกวาสด #vegan-food #raw-vegan

การแสวงหาระบบการกินอาหารที่ไม่เพิ่มน้ำหนักแต่ไม่ทำให้ร่างกายหิวโหย…

ก่อนอื่นต้องไม่ลืมว่า……ระบบเผาผลาญอาหารและพลังงานในร่างกายของเราควบคุมโดยกลไกอัตโนมัติที่อยู่บริเวณก้านสมอง เช่น เดียวกับการหายใจ การมองเห็น และอื่นๆ ที่เรียกว่าระบบ Metabolism …  

กระบวนการเผาผลาญสารอาหารในร่างกายของเรา…ตั้งแต่การหิว…การอิ่ม…การย่อย…การลำเลียงสิ่งที่เรากินเข้าไป…โปรเซสผ่านโน่นนี่ไปจนกระทั่งถึงจุดหมายปลายทาง…คือไปถึงเซลล์ในร่างกายเรา… และระบายกากผ่านลำไส้ถ่ายออกมา เหล่านี้นั้นมันเป็นกระบวนการทางเคมีที่ซับซ้อนราวกับการเล่นแร่แปรธาตุ …

มันเป็นไปเองโดยที่เราไม่สามารถสั่งการอะไรมันได้แต่อย่างใดเลยค่ะพี่น้อง…

แต่ในกระบวนการนี้ พบว่าสารอาหารที่ย่อยง่ายย่อยได้เร็วผ่านอย่างฉลุยจนถึงเซลล์ในร่างกายเรา และเอาไปใช้เลยอย่างหมดจด ก็คือ คาร์โบไฮเดรต ส่วนที่ย่อยยากและใช้เวลานานอย่างไม่น่าเชื่อก็คือ โปรตีนและไขมันค่ะ

พบว่าโดยเฉพาะไขมันก่อปัญหาอย่างมาก อาจตกค้างอยู่ในระบบนานถึง 24-48 ชั่วโมง แถมยังอาจเป็นตัวขัดขวางการเดินทางของคาร์โบไฮเดรต ให้พากันตกค้างก่อให้เกิดผลเสียตามมา เช่น เกิดการบูดเน่าของอาหารที่ตกค้างในลำไส้ การเกิดสารเหนียวหนืดที่เกาะตามผนังหลอดเลือด ทำให้อินซุลินไม่สามารถนำโมเลกุลน้ำตาลไปป้อนเซลล์ได้ นำไปสู่ปัญหาน้ำตาลในเลือดสูง ขณะที่เซลล์ในร่างกายอ่อนแรงเพราะไม่ได้รับพลังงานจากสารอาหารที่เรากินเข้าไปอย่างเต็มที่ เป็นต้น

#####

เพื่อนๆ ที่รักทุกท่าน นี่จึงเป็นที่มาของการให้ความสนใจอย่างสำคัญกับสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ในที่นี้จึงอยากจะฝากเป็นการบ้านไว้ว่า เราควรให้ความสนใจแก่สารอาหารชนิดนี้อย่างจริงจังมากขึ้นค่ะ 

ข้อมูลที่ใช้ในการนำมาเขียนจากความเข้าใจเรื่องนี้ อ้างอิงจากหนังสือ 80/10/10 ที่ลูกเอามาให้อ่านนั่นเองนะคะ เพื่อนๆ ที่สนใจหาอ่านได้จากร้านขายหนังสือได้เลย (ในที่นี้ไม่ได้ต้องการโฆษณาขายหนังสือเล่มนี้แต่อย่างใดนะคะ)

ด้วยรักเสมอค่ะ //

This entry was posted in Food and drink, Health and wellness and tagged , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s