อาหารเปลี่ยนชีวิต… ยุคแห่งการหันมากินผลไม้เริ่มขึ้นแล้วค่ะ


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ที่รักทุกท่าน

 10665055_265299823666965_2750791058776646792_n

ถ้าหากใครเป็นแฟนรายการเทนนิสทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ เวลานักกีฬานั่งพัก เราจะเคยเห็นปรากฏการณ์ที่นักกีฬาบางคนกินกล้วยหอมระหว่างนั่งพัก เช่น  ราฟา นาดาล นักเทนนิสหุ่นบึ๊กตัวลีนเป็นกล้าม หรือเมื่อเร็วๆ นี้ก็เห็นนักเทนนิสหญิงหุ่นเพรียวคนหนึ่งก็กินกล้วยหอม เช่นกัน…

ไม่ว่าพวกเค้าจะมีโค๊ชคอยกำกับหรือนักโภชนาการควบคุมอาหารการกินหรือไม่ก็ตาม ปรากฏการณ์นั้นบอกได้เลยว่า พวกเค้าเห็นว่าการกินกล้วยหอมมันดีกว่าดื่มน้ำหวานหรือน้ำเกลือแร่หรือกลูโคสที่มีสีสันต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญค่ะ

และมันก็ได้มีผลการพิสูจน์กันมาแล้วว่า ผลไม้ต่างๆ ที่มีรสหวานนั้น สามารถผ่านเข้าสู่เซลล์ทุกส่วนในร่างกายได้รวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที เรียกได้ว่าร่างกายเริ่มดูดซึมได้ตั้งแต่ขณะเคี้ยวอยู่ในปากเลยทีเดียว ดังนั้นมันจึงสามารถทำให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้รวดเร็ว และสมองแล่นฉิวได้ดีกว่าเครื่องดื่มปรุงแต่งชนิดใดๆ อีกทั้งยังมีสารอาหารที่ครบครันที่ร่างกายของเราต้องการพอดีๆ เลยนั่นเองค่ะ (เสิร์ชเช็คคุณค่าทางโภชนาการของผลไม้เกือบทุกชนิดได้ โดยเปรียบเทียบคร่าวๆ กับค่ามาตรฐาน และอ่านรายงานผลการค้นคว้าวิจัยใหม่ๆ ประกอบด้วยค่ะ)

นี่คือสำหรับนักกีฬา รวมทั้งคนเราปกติที่ไม่ได้มีโรค เช่น เบาหวาน ไขมันอุดตันตามผนังลำไส้หรือหลอดเลือด รับประทานได้เลย สายตรงเลยค่ะไม่ต้องลังเล

#####

นอกจากนั้น ระยะนี้มีปรากฏการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นมาคือ มีการกล่าวถึงเรื่องคนที่เป็นมะเร็งสามารถหายได้ด้วยการงดกินเนื้อสัตว์ และกินอาหารคล้ายแบบล้างพิษ และการหันมากินผลไม้ “อย่างถูกวิธี” และกล่าวถึงสรรพคุณทางโภชนาการของผลไม้มากขึ้น…

นี่อาจถือว่าเป็นกระแสใหม่ของการกินอาหารที่กำลังเริ่มก่อรูปขึ้นแล้ว เราอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการกินอาหารแบบใหม่กันอีกแล้วก็เป็นได้ …นั่นคือ… ยุคของการกินผลไม้-พืชผักเป็นอาหารหลัก…ส่วนอาหารจานเนื้อก็จะถอยร่นออกไปจากเมนูเด็ด…

วันใดวันหนึ่งเราจะอาจจะพบเจอเรื่องว่า… พอเข้านั่งในร้านอาหารเราจะได้ยินการสั่งผลไม้มารับประทานเป็นจานหลัก ตามหรือนำด้วยน้ำผลไม้คั้นสด ตบท้ายด้วยสลัดมันฝรั่ง หรือข้าวปั้นไส้ผัก เป็นต้น ไม่ใช่ตบท้ายด้วยผลไม้หรือขนมหวานดังที่เคยเป็นมาค่ะ

เพราะว่ามีการค้นพบว่า การกินผลไม้หลังอาหารมักจะทำให้ท้องอืดแน่นจุกเสียด เพราะผลไม้ซึ่งปกติจะเข้าสู่ระบบเผาผลาญของร่างกายได้เร็วกว่าอาหารชนิดอื่นๆ แต่เมื่อทานหลังอาหารที่อาจจะประกอบด้วยเนื้อสัตว์และของมีไขมันประกอบ ซึ่งปกติจะเข้าสู่ระบบการย่อยช้ากว่ามาก โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และไขมันจะอยู่ในลำไส้ระหว่าง 24 ถึง 48 ชั่วโมงทีเดียว จึงทำให้ผลไม้ไม่สามารถผ่านเข้าสู่ระบบได้และกลับถูกหุ้มรวมกับอาหารจานหลักดังกล่าว ทำให้เกิดการบูดเน่าอืดเฟ้ออยู่ในท้องนั่นเองค่ะ

…นั่นก็เป็นที่มาของอาการที่แย่ๆ ตั้งแต่การมีแก๊ส มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก ฟันเสีย ท้องผูกถ่ายลำบาก ไปจนถึงการเป็นโรคร้ายแรงอื่นๆ ค่ะ เช่นมะเร็ง เบาหวาน หัวใจ ความดัน ฯลฯ มาเป็นชุด

#####

แต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยมีใครคิดว่าผลไม้จะเป็นอาหารหลักของเราได้ เวลาเรียงลำดับตามความสำคัญของอาหาร ผลไม้ก็จะอยู่อันดับสุดท้าย เวลาคนรู้สึกไม่สบายหรือไม่มีแรงก็มักจะคิดถึงแต่เนื้อสัตว์ คิดเอาว่ากินแล้วจะแข็งแรงเสริมสร้างร่างกาย เป็นยาโป๊ว ดังที่ว่า ตับไม่ดีก็กินตับ ม้ามไม่ดีก็กินม้าม หัวใจไม่ดีก็กินหัวใจ เลือดไม่ดีก็กินเลือด บลา บลา

…น่ากลัว…!

#####

เพื่อนๆ ทุกท่านคะ… ถึงตอนนี้ จริงๆ แล้ว ก็ยังมีคนน้อยมากที่จะคิดเอาผลไม้มาเป็นอาหารหลักของตน เพราะไม่มีใครจะเคยทำมาก่อน และไม่คิดว่าจะเป็นไปได้… จริงไหมคะ?

แต่ในขณะนี้ก็มีคนจำนวนไม่น้อยได้ทำแล้ว แม้ว่าจะยังเป็นคลื่นลูกน้อยๆ อยู่กลางทะเลลึก… ค่ะ

กลุ่มคนที่กินผลไม้พืชผัก รวมทั้งธัญพืชประเภทข้าวต่างๆ และหัวผักหัวมันต่างๆ เหล่านี้โดยทั่วไปมักเรียกตัวเองว่าเป็น Raw-vegan เป็นกลุ่มคนที่นิยมกินอาหารแบบที่ธรรมชาติสร้างให้มา ไม่มีการปรุงแต่ง เช่น เอาไปต้มตุ๋นนึ่งปิ้งย่างผัด ซึ่งจะแตกต่างจากกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า Vegetarian หรือมังสะวิรัติ

แม้ว่าจะไม่กินเนื้อสัตว์เหมือนกัน แต่กลุ่มที่กินอาหารมังสะวิรัติมักจะเน้นกินพืชผักและธัญพืชรวมทั้งน้ำมันพืชที่นำมาปรุงหุงหาด้วยเตาไฟเป็นหลัก กินผลไม้เป็นรองและบางทีก็เว้นการกินผักผลไม้บางประเภท ขณะที่กลุ่ม raw-vegan เน้นการกินผลไม้ต่างๆ ที่มีตามธรรมชาติเป็นหลัก เสริมด้วยพืชผักและธัญพืชและหัวผักหัวมัน ละเว้นเนื้อสัตว์และน้ำมันหรือให้เหลือน้อยที่สุด ดังที่ ดร. เกรแฮม (ผู้เขียนหนังสือ 80/10/10) แนะนำว่า 80% ของแคลอรี่ของอาหารของเราควรมาจาก “whole, fresh, ripe and in-season fruits” (ผลไม้ล้วนตามฤดูกาลที่สด และสุกงอมเต็มที่) ค่ะ

#####

บางท่านก็อาจจะรู้สึกเป็นห่วงว่า กลุ่มคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์เหล่านี้ โดยเฉพาะยิ่งคนที่กินผลไม้เป็นหลัก อาจจะได้สารอาหารไม่ครบถ้วน หรือน้อยเกินไปไม่พอเพียงหรือเปล่า ทรมานหรือเปล่า หิวโหยหรือเปล่า…

น่าติดตามค่ะ / แล้วพบกันอีกในบล็อกถัดไป และถัดๆ ไปนะคะเพื่อนๆ❤ ด้วยรักจากใจ❤

This entry was posted in Food and drink, Health and wellness and tagged , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s