มาคิดใหม่ทำใหม่เรื่องการกินกันค่ะ


อุด้งเท็มปุระ

อุด้งเท็มปุระ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกท่าน

เมื่อวานออกไปทำธุระกับลูกๆ ที่ห้างก็เลยแวะกินอาหารกันที่ร้านในห้างค่ะ มีคนที่นั่งโต๊ะใกล้ๆ เราเป็นชายหนุ่มกับหญิงสาวคู่หนึ่ง สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ แต่ละรายการดูในเมนูก็แพงๆ ค่ะ มีกุ้งตัวใหญ่ๆ มีพาสต้าทำนองอาหารอิตาเลี่ยนรวมอยู่ด้วย นั่งกินเงียบๆ ไม่ค่อยมีการพูดคุย การกินก็เชื่องช้าดูไม่ค่อยเจริญอาหาร ปรากฏพอเค้าจ่ายเงินลุกออกไป อาหารที่เหลือยังอยู่ตั้งเยอะแน่ะ เส้นแทบไม่ได้รับการตักเอาไปกินเลยค่ะ หญิงสาวเธอคุ้ยกินแต่กุ้งกับเนื้อสัตว์ที่วางบนจาน…

เอิ่ม/ ทำไมล่ะคะ? อิ่มกันมาแล้วหรือไง จึงเกือบไม่แตะอาหารในจานแพงๆ ที่สั่งมาเองพวกนี้?

เราสามคนหันไปมอง คิดเหมือนกันไหม? สาวๆ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยกินพวกเส้นพวกข้าว กลัวอ้วนกันค่ะ รวงข้าวลูกคนเล็กกระซิบกระซาบ ดูสิ เสียดายจัง ถ้าไม่คิดจะกินก็ไม่ควรสั่งมา…

จริงแล้วเราทุกคนมีนิสัยกินอาหารหมดจด ไม่มีใครเหลืออาหารทิ้งทีละมากๆ ใครสั่งอะไรมากินก็รับผิดชอบของตัวเอง แถมอีกคนกินไม่หมด อีกคนก็ช่วยกินอีกด้วย หรือถ้าเหลือเยอะก็ขอให้พนักงานใส่ถุงกลับบ้านก็เคย

คนอเมริกัน ที่เคยได้ขึ้นชื่อว่ามีอาหารเหลือทิ้งมากที่สุดในโลก เดี๋ยวนี้ก็มีการรณรงค์แก้นิสัยไม่ให้มีอาหารเหลือทิ้งมากขึ้นแล้ว ยุโรปยิ่งเข้มงวดมากกว่าอเมริกา ร้านอาหารบางแห่งในยุโรปไม่ยอมรับเรื่องการกินอาหารไม่หมดจาน ใครทำแบบนั้นจะถูกสังคมประณามหยามเหยียดว่า ไร้จิตสำนึก ไม่รักโลก ฯลฯ

“หนูเห็นแบบนี้บ่อยเลยค่ะ” รวงสาธยาย “สาวๆ สั่งอาหารประเภทจานเดียว มักบอก ‘ลดข้าว’ ‘ไม่เอาข้าว’ ‘เอาเส้นน้อยๆ’ ‘ไม่ใส่เส้น’ ‘เพิ่มเนื้อ’ ‘ไม่เอาผัก’ (ก็ยังดีที่ยังบอกไม่เอาสิ่งที่จะไม่กิน)… //

แต่ว่าที่สำคัญคือ สาวๆ ไม่กินพวกข้าวเพราะกลัวอ้วน แต่…กินเนื้อ / หมู ย่างมันเยิ้ม…กลับไม่กลัวอ้วน… ?

สภาพเหล่านี้น่าจะมีการรณรงค์คิดใหม่ทำใหม่กันเถอะ ว่าความจริงแล้วอาหารที่ทำให้ร่างกายสะสมไขมันคืออาหารชนิดใดกันแน่ ไม่ใช่ข้าวแน่นอนค่ะ

การยืนยันจากผลการศึกษาวิจัยที่เผยแพร่ในระยะหลังๆ นี้ระบุชัดแล้วว่า “ข้าว” ไม่ได้ทำให้อ้วน และการกินข้าวพออิ่มในแต่ละมื้อมันจะไม่ได้มากเกินไปจนเกิดไขมันพอก…เพราะมันมักจะถูกเผาผลาญหมดไปโดยง่ายดายจนไม่เหลือส่วนเกินให้ร่างกายเปลี่ยนไปเป็นไตรกลีเซอไรด์ไปเก็บพอกไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย… แต่ “ไขมันในเนื้อสัตว์” รวมทั้งโปรตีนจากสัตว์ที่เรารับประทานเข้าไปมากเกินต่างหากที่เป็น เพราะมันย่อยยากค้างอยู่ในร่างกายนาน มันจึงเป็นต้นเหตุสำคัญของความอ้วนและโรคภัยต่างๆ

ฉันทดลองหันมากินผลไม้เป็นมื้ออาหารอย่างน้อย 1 มื้อในแต่ละวัน บางวันกินสองมื้อ (เช้า/กลางวัน) และกินข้าวจนอิ่มในมื้อที่เหลือ (กลางวัน / เย็น) และกินกับข้าวบนฐานพืชผัก (Plant-based) ทั้งพืชดอกพืชหัว เช่นกะหล่ำ บล็อกโคลี่ ไชเท้า บวบ น้ำเต้า ฟักทอง มันฝรั่ง มันเทศหวาน เป็นต้น (ซึ่งทั้งหมดนี้หากหาวิธีการทำง่ายๆ เช่น แกงเลียง นึ่ง ปิ้ง ย่าง ไม่ปรุงแต่งมาก เราก็จะได้ประโยชน์จากคุณค่าของอาหารจริงๆ มากขึ้นด้วย) ในเวลาประมาณ 4-6 เดือน ก็พบว่า น้ำหนักตัวคงที่ และที่สังเกตได้คือ ไขมันที่เคยพอกอยู่ตามรอบเอวและสะโพก (ที่เรียกว่าห่วงยาง) รวมทั้งบริเวณต้นแขนและรักแร้ ได้ค่อยๆ ยุบหายไปจนสังเกตได้ค่ะ

บางคนสงสัยว่าทำได้ยังไง เพราะพอกินเนื้อน้อยลง มันจะหิวเร็วมาก ข้าว ผัก ผลไม้ไม่อยู่ท้อง มันจะไปเร็วมาก… จริงค่ะ สิ่งที่จะช่วยได้อย่างดีคือต้องมี snack พวกผลไม้รสหวานๆ ติดตัวไว้ เช่น ง่ายสุดก็กล้วย กินปั๊บอิ่มปุ๊บ พอเพียงเลย และผลไม้ต่างๆ จะช่วยทำให้เราไม่เปราะบางกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เพราะอาหารพวกนี้ถูกปรุงแต่งจนกลิ่น รสชาติของมันกลายเป็นสิ่งยั่วน้ำลายของเราไปแล้ว ดังนั้น ผลไม้แก้สิ่งนี้ได้ชงัดที่สุด (ผักยังไม่ชงัดเท่าค่ะ) เพราะผักยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนสำหรับเราไม่มากเท่าผลไม้ค่ะ ผลไม้มีครบถ้วนมากกว่านะคะ นี่คือเรื่องจริง//

ดังนั้น กินข้าวเยอะๆ กินผัก กินผลไม้เยอะๆ โดยเฉพาะผลไม้ ควรกิน “ก่อน” มื้ออาหาร หรือกินให้อิ่มเป็นอาหารมื้อแรกของแต่ละวันได้ยิ่งดี และอาหารประเภทเนื้อสัตว์ หรืออาหารปรุงด้วยน้ำมันเยิ้มๆ โดยเฉพาะของทอด งดได้ก็งดไปเลยเถอะค่ะ หรือไม่ก็กินให้น้อยลง เวลาจะกินก็อาจจะเอาไปผสมกับอาหารอื่นที่มีน้ำแกง เช่น กินกุ้งเท็มปุระกับอุด้ง (ก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่น) ทำให้น้ำมันทอดกุ้งเจือจางไปกับน้ำอุด้งเสียบ้าง เป็นต้น

เราต้องรู้จักหาทางพลิกแพลงคิดค้นวิธีการกินอาหารที่ในชีวิตประจำวันของเรามีจำกัดด้วยค่ะ… เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด… อย่าให้ร่างกายของเรารับสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพเข้าไปมากเกินนะคะ

ขณะเดียวกันก็อย่าสั่งอาหารแพงๆ มา… แล้วกินแค่เพียงส่วนที่ชอบ ทิ้งส่วนอื่นให้เหลือเต็มชามเหมือนอย่างคู่รักหนุ่มสาวที่ฉันเจอในร้านอาหารที่ห้างเมื่อวานนี้นะคะ

ด้วยรักทุกท่านค่ะ

This entry was posted in Uncategorized and tagged , , , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s