อันเนื่องมาจากน้ำตาลมะพร้าว Coconut Sugar!


เรื่องเริ่มมาจากที่ว่า…น้ำตาลมะพร้าว

เจอกันหนไหน คุณดวงกมล เพื่อนรักรุ่นน้องของฉันคนหนึ่งก็มักจะถือน้ำตาลมะพร้าวมาฝากฉันและกลุ่ม ก๊วนเสมอๆ ฉันชอบน้ำตาลนี้มาตั้งแต่เด็กๆคุ้นเคยมาก เพราะแม่ฉันชอบทำขนมและกับข้าวที่ใส่น้ำตาลแบบนี้เสมอค่ะ

ในท่ามกลางกระแสที่เค้าเกรงกลัวกันว่า กินน้ำตาลมากๆ จะอันตรายต่อสุขภาพ ดังนั้น ฉันจึงไม่รีรอที่จะ ไปหาข้อมูลเกี่ยวกับน้ำตาลชนิดนี้ว่าจะเป็นอย่างไรกันแน่…

ฉันพบว่า ในบรรดาน้ำตาลที่ใช้ปรุงอาหารอยู่ในครัวเรือนเราทั้งหมด น้ำตาลจากมะพร้าวมีคุณค่าทาง โภชนาการ หรือสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากที่สุดเลยจริงๆ ว่าไปแล้วมีครบครันทีเดียวค่ะคือ มีพลังงาน (383 กิโลแคลอรี่) โปรตีน (0.4 กรัม) ไขมัน (0.1 กรัม) คาร์โบไฮเดรต (95 กรัม) แคลเซี่ยม (80 มิลลิกรัม) ฟอสฟอรัส (40 มิลลิกรัม) เหล็ก (11.1 มิลลิกรัม) ไนอะซิน (1.0 มิลลิกรัม) วิตามินเอ (280 ไอยู) ทั้งนี้คิดจากปริมาณ น้ำตาล 100 กรัมเท่าๆ กัน น้ำตาลทรายขาวแทบไม่มีสารอาหารอะไรเลย น้ำตาลทรายแดงหรือน้ำตาลสีรำ ก็มีสาร อาหารเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อยค่ะ (อ้างอิงจากเว็บไซต์ สยามเคมีดอตคอมค่ะ http://www.siamchemi.com/น้ำตาล/ )

นอกจากนั้น ดูจากบล็อคที่ชื่อว่า https://chalobon.wordpress.com/2010/09/24/คุณค่าอาหารของน้ำตาลมะ/ เขียนไว้น่าสนใจว่า น้ำตาลมะพร้าว 100 กรัมนั้น มีโปแตสเซี่ยมอยู่ถึงประมาณ 1,030 มิลลิกรัม ขณะที่น้ำตาลทรายแดง มีเพียง 6.5 มิลลิกรัม และไม่ต้องพูดถึงน้ำตาลทรายขาวมีเพียง 2.5 มิลลิกรัมเท่านั้น (โปแตสเซี่ยมนั้นมีบทบาทในการ ลดความดันโลหิต ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับโคเลสเตอรอลและน้ำหนักตัว องค์การอนามัยกำหนดให้ คนปกติควรได้รับสารอาหารโปแตสเซี่ยมต่อวันประมาณ 1,950 – 3,900 มิลลิกรัมค่ะ)

บล็อคข้างต้นยังชี้ว่า น้ำตาลมะพร้าวยังมีคุณสมบัติที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งด้วยนั่นคืออยู่ในกลุ่มอาหารที่มี ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ glycemic index (GI) ที่ต่ำ คือ 35 ซึ่งดีมาก เพราะเมื่อรับประทานเข้าไปจะไม่ทำให้ระดับน้ำตาล ในเลือดพุ่งสูงขึ้นเร็ว และร่างกายไม่ต้องหลั่งอินซูลินออกมามากเพื่อกวาดน้ำตาลออกไปจากกระแสเลือดค่ะ อันนี้สำคัญมากๆ เพราะการมีอินซูลินในเลือดมากๆ จะทำให้ระดับน้ำตาลลดลงมากเกินไปค่ะ

เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ทำให้เรารับประทานน้ำตาลมะพร้าวได้อย่างสบายใจมากขึ้นนะคะ

อ้อ// แต่อย่าลืมว่าต้องดูให้ดีๆ นะคะว่าน้ำตาลมะพร้าวที่ว่านั้นเป็นน้ำตาลมะพร้าวที่ทำมาจากน้ำหวานที่รอง มาจากช่อดอกมะพร้าวจริงๆ เพราะมันจะมีที่ทำจากน้ำตาลทรายเอามาเคี่ยวและผสมน้ำตาลมะพร้าวลงไปในสัดส่วน ที่มากน้อยต่างๆ กัน เพื่อนๆ ต้องทดลองชิมดูว่าออกหวานมันหอมไหม ไม่หวานแหลมนะคะ เนื้อของน้ำตาลก็จะต้อง ไม่แข็งกระด้างจนตักไม่ลง หรือต้องใช้ขวานจาม//

ดูว่าเก็บไว้ ในอุณหภูมิห้องมีเหลวละลาย หรือเปลี่ยนเป็นสีเข้มขึ้นจากเดิมบ้าง นั่นแหละใช่ค่ะ ให้ดีต้องเก็บ ในตู้เย็น ซึ่งก็จะไม่ได้ทำให้เนื้อน้ำตาลเข็งขึ้นมากนักนะคะ เพียงแต่ไม่เหลวป็อดแป็ดและไม่เปลี่ยนสีเร็วเกินไปค่ะ

ก่อนจบขอฝากขอบคุณคุณดวงกมล @wild Thailand ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญให้ไปหาข้อมูลนี้มาเผื่อเพื่อนๆ

ด้วยรักจากใจค่ะ

Posted in อาหารปลอดเนื้อสัตว์, Food and drink, Health and wellness, plant_based_food, Vegan | Leave a comment

การปรับสมดุลย์ใหม่ของร่างกายเมื่อเปลี่ยนอาหาร


Source: การปรับสมดุลย์ใหม่ของร่างกายเมื่อเปลี่ยนอาหาร

Posted in Uncategorized | Leave a comment

การปรับสมดุลย์ใหม่ของร่างกายเมื่อเปลี่ยนอาหาร


สวัสดีค่ะ

วันนี้อยากเขียนถึงเรื่องที่เกี่ยวกับอาหารและสุขภาพต่อค่ะ

ขนมครกเป็นอาหารว่างแบบปลอดเนื้อสัตว์ที่อร่อยมาก ใช้แป้งข้าวเจ้ากับกะทิเป็นหลัก

ขนมครกเป็นอาหารว่างแบบปลอดเนื้อสัตว์ที่อร่อยมาก ใช้แป้งข้าวเจ้ากับกะทิเป็นหลัก

เวลาได้ผ่านไปประมาณ 3-4 เดือนเห็นจะได้นะคะ จากที่ได้เขียนถึงการปรับเปลี่ยนนิสัยการกินใหม่ของตัวเอง (โดยเฉพาะที่ระบุถึงสิ่งที่ลดละเลิกกินเพิ่มเติมจากการเลิกกินเนื้อสัตว์ ซึ่งปฏิบัติมาก่อนหน้านั้นประมาณ 1 ปี)

ฉันยังคงรักษาวิถีการกินที่ปรับเปลี่ยนล่าสุด เช่นเลิกกินอาหารที่มีแป้งข้าวสาลีผสมอยู่ โดยเฉพาะขนมปัง เส้นบะหมี่ อุด้ง สปาเกตตี้ ทั้งหลายทั้งปวง พยายามเลี่ยงหากต้องกินก็ให้ปริมาณน้อยที่สุด ลดเลิกกะปิน้ำปลาปลาร้า อะไรพวกนี้ เป็นต้น รวมทั้งอาหารทอด อาหารมีน้ำมันต่างๆ

#####

มีสิ่งที่น่าสนใจอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม? มีค่ะ

สภาพที่เด่นชัดสุดคือ… น้ำหนักตัวคงที่ ไม่ได้ลดลงไปจากที่ลดลงไปแล้วประมาณ 4-5 กิโล แต่มี สภาพของร่างกายที่ค่อยๆ เปลี่ยนไปที่เรารู้สึกเองได้ค่ะ ที่ชัดมากคือความรู้สึกว่าตัวของเราลีนขึ้น (lean) ไมใช่่เหี่ยวค่ะ รู้สึกได้ว่า ไขมันบริเวณคอ ไหล่ สะโพกบน (ยางรถยนต์รอบเอว) รวมทั้งที่ขาโดยเฉพาะบริเวณโคนขา หายไปจริงๆ สังเกตได้จากเวลาเราสวมใส่เสื้อผ้า บริเวณที่เคยตึงคับก็ไม่อีกแล้ว… เป็นต้น

ทุกๆ เช้าเมื่อเราตื่นขึ้นมา เรารู้สึกได้ว่า ร่างกายของเรากำลังแปรสภาพไปจากเดิมทีละน้อยทีละวันๆ ขณะที่ เราไม่ได้รู้สึกอ่อนระโหยโรยแรง หรือมีอาการโผเผผอมแห้งแรงน้อยลงไปแต่อย่างใดค่ะ แต่ละวันรู้สึกอิ่มตลอด และมีแรงที่จะตื่นลุกขึ้นอย่างกระปรี้กระเปร่าพอสมควร ตามวัยนะคะ (ไม่ถึงขนาดลุกขึ้นวิ่งเป็นฟืนเป็นไฟ)

สภาพที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้ฉันนึกรู้ได้ว่า นี่แหละคือการปรับสมดุลใหม่ของร่างกายของเรา ระหว่างที่เรา ปรับเปลี่ยนอาหารไปจากเดิมนั่นเอง

อ้อ / มีสิ่งที่เกิดขึ้นอีกอย่างหนึ่งก็คือ อาการไอระคายคอได้ทุเลาลงไป จนไม่รู้สึกว่าทรมานอีกแล้วค่ะ ซึ่งอันนี้ก็ ไม่อาจยืนยันว่าหายไปเพราะอะไรนะคะ เพราะมีปฏิบัติการหลายอย่างนอกจากปรับอาหาร เช่นการเลิกเปิดพัดลมใส่ตัวเวลานอน ซึ่งทำเป็นประจำเป็นเวลานานต่อเนื่องตั้งแต่ครั้งที่ไปดูแลแม่ค่ะ

#####

ก็สรุปได้ว่า การปรับเปลี่ยนอาหารน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญของการปรับเปลี่ยนสมดุลของร่างกายใหม่ รวมทั้งน้ำหนักตัวของเราด้วย ในกรณีของฉัน เมื่อเลิกเนื้อสัตว์ ลดแป้งสาลี รวมทั้งน้ำมัน น้ำตาลลงให้เหลือน้อยที่สุด (ไม่อยากพูดว่าไม่กินสิ่งเหล่านี้เลย เช่น เวลาเราซื้อส้มตำไทยมากิน แม่ค้าก็อดไม่ได้ที่จะเหยาะน้ำตาลลงไปหน่อย เราก็กินเข้าไปถือว่าไม่ได้กินทุกวัน) น้ำหนักตัวก็จะอยู่ประมาณปัจจุบันบวกลบไม่มาก และสบายๆ บางครั้งยังรู้สึก กินอิ่มมากเกินไป กินจนพุงกางก็มีค่ะ แต่ตื่นเช้ามันก็หายไปเสียเป็นส่วนใหญ่

หากเราต้องการลดน้ำหนักตัว ลงไปมากกว่าปัจจุบัน เราก็จะต้องปรับนิสัยการกินและการออกกำลังกาย ตลอดจนการนอนพักผ่อนของเราต่อไปค่ะ

#####

ฉันยังมีเป้าหมายที่จะเอาน้ำหนักลงต่อไปอีกด้วยค่ะ เพราะน้ำหนักปัจจุบันยังหนักเกินไปสำหรับเข่า ที่เคยบาดเจ็บจะรองรับไหว สังเกตว่าพอเคลื่อนไหวมากๆ ก็ยังออกอาการอยู่เลยค่ะ ฉันยังต้องลดน้ำหนักตัวลงไป ให้ได้อีกประมาณ 2-4 กิโลกรัมจากน้ำหนักที่ลดลงมาแล้ว 4-5 กก. ค่ะ ยืนยันที่จะลดแบบธรรมชาติ ใช้เวลานานหน่อย แต่ขอให้เส้นกรา๊ฟไหลลงก็เป็นใช้ได้นะคะ

มีเรื่องที่น่าสนใจจะกลับมาเขียนแลกเปลี่ยนต่อไปนะคะ///

แล้วพบกันอีก Au revoir!

Posted in อาหารปลอดเนื้อสัตว์, Health and wellness, plant_based_food | 1 Comment

บันทึกการลดน้ำหนักสำหรับคนที่ไม่กินเนื้อสัตว์


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ที่รักทุกท่าน

น้ำผลไม้ผสมผักปั่น Green Smoothie อร่อย

น้ำผลไม้ผสมผักปั่น Green Smoothie อร่อย

ในที่นี้จะขอเขียนบันทึกการปฏิบัติในเรื่องกระบวนการกินอาหาร เพื่อลดน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมามาก จนเป็นอุปสรรค ต่อการออกกำลังกายและรักษาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าค่ะ

#####

ก่อนอื่นต้องบันทึกสิ่งที่ลดและเลิกกินก่อนค่ะ

ก) เลิกกินผลิตภัณฑ์อาหารที่มาจากแป้งสาลีทุกชนิด เช่น ขนมปังทุกชนิดรวมแครกเกอร์ ซาละเปา ขนมเปี๊ยะ เส้นบะหมี่ อุด้ง เป็นต้น และลดผลิตภัณฑ์อาหารจากแป้งรวมข้าว เส้นหมี่เส้นใหญ่ และธัญพืช ฯลฯ

ข) เลิกอาหารทอด อาหารผัดน้ำมัน รวมทั้งลดอาหารที่ติดน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันจากพืชด้วย

ค) เลิกขนมที่ใส่น้ำตาลโปรเซสทุกชนิด รวมโยเกิร์ตนมครีมชีส

ง) เลิกของเค็มทุกชนิด โดยเฉพาะที่ใส่เกลือ กะปิ น้ำปลา ปลาร้า ปลาเค็ม ปูดอง ฯลฯ (ของโปรดทั้งหมด)

จ) เลิกดื่มกาแฟทั้งที่มีและไม่มีคาเฟอีน (เป็นเสือถอดเขี้ยวแล้วจริง)

เหล่านี้คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยังกินในช่วงที่ไม่กินเนื้อสัตว์ โดยอ้างในใจว่า เพื่อทดแทนกัน… อย่างไรเสีย ก็ถือว่าเป็น “ระยะผ่านหลังเลิกกินเนื้อสัตว์” ในเวลาประมาณปีเศษที่ผ่านมาค่ะ

#####

ไม่โหดไปหรือ?

ลิสต์ข้างบนนี้เป็นอย่างน้อยแล้วค่ะ หลายคนอาจสงสัยว่า เนื้อสัตว์ก็เลิกกินไปแล้ว ยังมาเลิกเป็นลิสต์ยาวนี่อีก แล้วจะเหลืออะไรที่ยังกินได้ในโลกนี้…

มีค่ะมีของที่กินได้กินดี และพบว่ามันเป็นสิ่งที่ simple มากเลยค่ะ

#####

บันทึกสิ่งที่กินในแต่ละวันโดยหลักๆ ค่ะ

ก) ตื่นเช้ามาดื่มน้ำมะนาว /หรือ น้ำลูกพลัม/ หรือน้ำขิงโดดๆ (แล้วแต่จะมีอย่างไหน) ที่เรียกว่า “น้ำล้างพิษ” Detox water ทำง่ายๆ น้ำมะนาวก็บีบมะนาวหนึ่งลูกผสมน้ำเย็นลิตรนึง แล้วใส่ตู้แช่เย็นไว้ หรือทำเดี๋ยวนั้นใส่น้ำเย็นๆ เติมน้ำแข็ง เอามาเหยือกนึง (ประมาณ 1 ถึง 1.5 ลิตร) แล้วเอามาดื่มเลยก็ได้ค่ะ

ข) หลังจากนั้นสักชั่วโมงเศษก็ดื่มผลไม้ปั่น (สมูธี่) หรือทานผลสดตามฤดูกาลรวมเท่ากับอาหารหนึ่งมื้อ หรือประมาณ 200-300 กิโลแคลอรี่หรือใส่ขวดแก้วได้ประมาณ 700-800 มิลลิลิตร หรือเท่ากับกล้วยหอมขนาดกลาง 3-4 ลูก สตรอว์เบอรี่ 4-5 ลูก บลูเบอรี่กำมือหนึ่ง ผสมน้ำมะพร้าวประมาณแก้วเล็กๆ หากเบื่อก็เปลี่ยนสูตรผสมใหม่ ตามชอบ เช่นกล้วยน้ำว้าผสมส้มเขียวหวาน สับปะรด มะม่วง ได้ทั้งสุกทั้งดิบ มะละกอ ชมพู่ ฝรั่ง แอปเปิ้ล ได้ทั้งหมด

ค) กลางวันทานสลัดผักชามใหญ่ๆ (ต้องทานเยอะหน่อยเพราะเราไม่ทานแป้งหรือเนื้อ) ใช้ผักสลัดปลอดสาร ตามใจชอบ ที่สำคัญคือน้ำสลัด ควรทำเองเพื่อเลี่ยงของที่เราไม่พึงรับประทาน น้ำสลัดมีมากมายหลายสูตร คิดประดิษฐ์ จากสิ่งที่เรามีเรากินได้ ฉันมักใช้สูตรน้ำผึ้ง บีบมะนาวเติมซีอิ้วขาวเห็ดหอม กับสูตรน้ำส้มบาลซามิกผสมน้ำมันมะกอก โรยลูกผักชีป่นและพริกไทดำป่น หรือใช้ผักหลากชนิดหลายรสชาติทานพร้อมกันโดยไม่ใช้ราดน้ำสลัดก็ได้ ถ้ายังรู้สึกว่า เบาเกินไป ก็เพิ่มมันฝรั่งหรือมันเทศหรือฟักทองนึ่งเติมเข้ามาสักเล็กน้อยก็ได้นะคะ

ง) ระหว่างวันควรมี Detox water ติดตัวไว้เสมอ ใช้ดื่มแทนน้ำก็ได้ (นอกจากช่วยล้างระบบร่างกายให้สะอาด ยังทำให้เราไม่หิวสะเปะสะปะอีกด้วยค่ะ) เราจะรู้สึกอิ่มและมีความสุขกับชีวิตในทุกย่างก้าวค่ะ

จ) ช่วงบ่ายหากหิวก็ทานผลไม้สด หรือผลไม้ปั่นแบบช่วงเช้าอีกรอบก็ได้ เราก็จะอิ่มเอมไปถึงเย็นเลยค่ะ

ฉ) มื้อเย็นหากหิวก็ทำอะไรเบาๆ ทาน แนะนำว่าควรยังอยู่ในเมนูอาหารที่ยึดผลไม้และผักสดเป็นหลัก จะมีผักลวกต้มบ้างก็เป็นครั้งคราวเป็นส่วนประกอบ เช่น เมนูประเภทเมี่ยงผักต่างๆ พยายามเลี่ยงของดองค่ะ

#####

ถือว่าเป็นครั้งแรกที่กระบวนการลดน้ำหนักไม่ได้ทำให้มีความลำบากในเรื่องการกินอาหาร ไม่รู้สึกหิวโหย โรยแรง ในทางตรงข้ามอิ่มมีความสุขและกระปรี้กระเปร่าดี การนอนก็ดีขึ้น ไม่ดื่มกาแฟก็ไม่ง่วง ไม่ปวดศีรษะด้วยค่ะ

อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องมีวินัยอย่าเผลออย่าหลุดอย่าลืม โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำดีท็อกซ์ เป็นหัวใจสำคัญอันหนึ่ง ที่ทำให้เราไม่หิว และผลไม้ทำให้เราอิ่มเอมเปรมใจมาก ผักสดก็ทำให้ได้รับสารอาหารแร่ธาตุครบถ้วนไม่ขาดพร่อง

หาร้านเจ้าประจำที่เราจะได้ผลไม้และผักสดที่ดีๆ มาไว้รับประทานได้สม่ำเสมอ และเปิดพื้นที่ในตู้เย็นเอาไว้ แช่แข็งผลไม้สุกที่เรากินเป็นประจำไว้เยอะๆ…

มันเป็นกระบวนการลดน้ำหนักที่เรียบง่ายมากเท่าที่ฉันเคยปฏิบัติมาในชีวิตก็ว่าได้ค่ะ///

Posted in Food and drink, Fruitarian, Health and wellness, plant_based_food, raw_vegan, Vegan | Leave a comment

ท่องเที่ยวในประเทศ บุกลุยไปทุกหย่อมหญ้าที่อยากไปสัมผัส (4)


สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ที่รักทุกท่าน ขอบคุณนะคะที่คลิกมาอ่านเรื่องเบาๆ ที่บล็อกนี้

เส้นทางอาหารของเรามาถึงเชียงคานแล้วค่ะวันนี้

ระหว่างทางไปเชียงคาน โชว์เฟอร์ใจดี จอดให้เราลงไปเลือกซื้อผลไม้ที่วางขายอยู่ริมทาง ฉันซื้อสับปะรด ลูกเล็กๆ ถุงใหญ่เบ้อเริ่ม 50 บาทเท่านั้น นับคร่าวๆ ดูเหมือนจะได้ราวๆ 6-7 ลูก หวานฉ่ำมากๆ ด้วย คนอื่นๆ ก็ซื้อผลไม้ และของกินแปลกๆ แล้วแต่รสนิยมค่ะ เช่น ผู้นำทัวร์ซื้อ “ข้าวหลามยาว” ที่ขึ้นชื่อของเชียงคานมาให้ลูกทัวร์ได้ชิม กระบอกยาววัดได้ เกือบเมตร ส่วนคุณเจ๊นิมิต ซื้อลูกท้อสีเหลืองทองถุงกลางๆ แม่ค้าบอกอีกสองวันสุกกินได้ หวานอร่อยมาก คุณเจ๊กะหิ้วขึ้นเครื่องมาลองชิมที่บ้าน เป็นลูกท้อเมืองร้อนที่หน้าตาไม่เหมือนที่เรารู้จัก

นอกจากนั้น ผู้นำทัวร์ที่น่ารัก ก็พาคณะเราไปเยี่ยมชมร้านผลิตและจำหน่ายมะพร้าวแก้วยายตี๋ ที่อร่อยพิเศษ ขึ้นจากกะทะชุ่มๆ ใหม่ๆ นิ่มๆ ชิมทันที อร่อยแล้วซื้อติดมือกลับไปฝากมิตรสหายทางบ้านกันคนละ กิโลสองกิโล เยี่ยมชมไปชิมไปจนรู้สึกพุงจะหนักๆ พอควรก็เดินทางไปต่อ

ลูกท้อที่ริมทางระหว่างไปเชียงคาน

ลูกท้อที่ริมทางระหว่างไปเชียงคาน

ข้าวหลามยาวของกินขึ้นชื่อของเชียงคาน

ข้าวหลามยาวของกินขึ้นชื่อของเชียงคาน

มะพร้าวแก้วยายตี๋

มะพร้าวแก้วยายตี๋

มื้อกลางวันสุดแซ่บที่แก่งคุดคู้

เรามาถึงแก่งคุดคู้ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ก็ถึงเวลาอาหารกลางวันพอดี ท่านที่มาที่นี่บ่อยๆ ก็คงจะ นึกภาพออกว่า ณ จุดชมวิวแก่งคุดคู้นี้ มีร้านอาหารแบบตลาดนัดให้เลือกสั่งได้ตามชอบ มีเมนูเด็ดๆ ที่เป็นสัญญลักษณ์ ของแก่งคุดคู้ เชียงคาน หลายรายการค่ะ เราสั่งส้มตำ ต้มยำปลาคังจากลุ่มน้ำโขงอันร่ำลือ ปลาเผา ที่ใช้นิลกระชังน้ำโขง ตัวใหญ่ยักษ์เนื้อหวานอร่อย น้ำจิ้มสุดแซ่บ นอกจากนั้น ยังมีปลาน้ำโขงตัวเขื่อง และ ปลาเนื้ออ่อนทอดกรอบจิ้ม น้ำจิ้มเฉพาะ เรียกว่ามีปลาเป็นหลักเลย แต่จะยังไงๆ ก็ยังมีไก่ทอด ไก่ย่าง กลิ่นหอมฉุย มาพร้อมน้ำจิ้มมากมายมา ให้เลือกรับประทานกันในมื้อใหญ่นี้ด้วย

ฉันเกาะจานส้มตำไทยใส่ปู ต้มยำปลาคังและปลาเผาน้ำจิ้มสุดแซ่บ อย่างแนบแน่นตลอดงานเลยค่ะ

ขอบอกว่าไม่ผิดหวังเลยค่ะ ดูบรรยากาศผู้คนมากมายคึกคักแล้วก็เดาได้ว่าอร่อยค่ะ

มื้อค่ำปลาเผาหม้อไฟใต้แสงจันทร์ที่เชียงคาน

ส่วนในช่วงเย็น หลังจากที่ทุกคนยืดเส้นยืดสาย เดินชมร้านรวงลานตาไปตามถนนคนเดิน และให้คณะของเราได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจจากการทำ “ผาสาด” ไปลอยกลางแม่น้ำโขงเรียบร้อยแล้ว ผู้นำทัวร์ที่น่ารักได้จัดมื้อพิเศษให้เราได้รับประทานอาหารค่ำเชียงคานแท้ ที่ร้านมีชื่อของที่นี่ ในเมนูพิเศษ ปลาน้ำโขงหม้อไฟ ปลาเผาขนาดใหญ่ที่มีในท้องถิ่น มีการเสิร์ฟอาหารท่ามกลางแสงจันทร์ และแสงไฟ ใต้หม้อน้ำแกงร้อนๆ ก็เลยได้ประทับใจในทุกอย่างกันอย่างเต็มอิ่มเลยค่ะ

ฉันวนเวียนอยู่กับจานปลาเผาและต้มยำหม้อไฟเช่นเคยค่ะ แถมยังได้กินหัวปลาของโปรด โดยไม่มีใครแย่งอีกด้วย ฮ่า…

มื้อเช้าที่ศรีเชียงคานกับเมนูพิเศษให้ได้ตื่นเต้น:

ก่อนขึ้นเครื่องเดินทางกลับ ตอนเช้าเราได้ออกเดินยืดเส้นยืดสายชมเมืองเชียงคานโดยการเดินไปตลาดเช้า ต่างได้ของหอบหิ้วกลับมาแจมอาหารเช้าที่ทางโรงแรมจัดให้ ตามแต่ใจชอบของแต่ละคน บางคนก็ได้ก๋วยจั๊บ ขนมจีนน้ำเงี้ยว ปลาท่องโก๋ยัดไส้หมูทอดกรอบนอกนุ่มใน น่องไก่ทอดร้อนๆ ขึ้นจากกระทะใหม่ๆ ฯลฯ ฉันได้ข้าวผัดผักรวมของโรงแรม แจมกะขนมจีนน้ำเงี้ยว รวมทั้งชุดไข่ดาวขนมปังปิ้งและกาแฟค่ะ

ก๋วยจั๊บในตลาดเช้าเชียงคานปรุงทีละชามหอมฉุย

ก๋วยจั๊บในตลาดเช้าเชียงคานปรุงทีละชามหอมฉุย

ปลาท่องโก๋ยัดไส้หมูกรอบนอกนุ่มใน

ปลาท่องโก๋ยัดไส้หมูกรอบนอกนุ่มใน

นั่งทานมื้อเช้าที่ระเบียงของโรมแรมศรีเชียงคาน ริมถนนคนเดิน

นั่งทานมื้อเช้าที่ระเบียงของโรมแรมศรีเชียงคาน ริมถนนคนเดิน

ขนมจีนน้ำเงี้ยวน้ำซุปเครื่องในหมูกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เลย

ขนมจีนน้ำเงี้ยวน้ำซุปเครื่องในหมูกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เลย

น่องไก่และอื่นๆ ทอดกรอบขึ้นจากกระทะใหม่ๆ ส่งกลิ่นชวนชิม

น่องไก่และอื่นๆ ทอดกรอบขึ้นจากกระทะใหม่ๆ ส่งกลิ่นชวนชิม

กล้วยที่ตลาดหวีละ 10 บาท ถูกกว่าที่ตลาดบ้านเราเยอะนะ

กล้วยที่ตลาดหวีละ 10 บาท ถูกกว่าที่ตลาดบ้านเราเยอะนะ

ก่อนอำลาฝากมื้ออร่อยให้จำฝังใจที่เมืองเลย: ในช่วงมื้อกลางวัน โปรแกรมเมอร์จงใจให้คณะทัวร์ยากจะลืมเลยด้วยการพาไปรับประทานมื้อกลางวันสั่งลา ที่ภัตตาคารหรูของเมืองเลย นั่นคือร้านอาหารล้านช้าง ที่มีชื่อเสียงเป็นที่เชิดหน้าชูตาของจังหวัด อาหารอร่อยจริงๆ ค่ะแต่ละเมนูได้สร้างความประทับใจให้แก่ทุกคน สังเกตจากไม่มีเสียงใครบ่นอะไร ก้มหน้าก้มตารับประทานกัน อย่างเป็นที่รื่นรมย์ ฉันชอบเมนูปูหลนรสชาติกลมกล่อมที่มีผักเคียงมาเยอะๆ นั่นมากๆค่ะ

บอกได้เลยว่า เส้นทางอาหารเที่ยวนี้ ที่น่าจดจำสำหรับฉันซึ่งชอบกุ้งหอยปูปลา คือ อาหารเชียงคานที่มีปลาเป็นศูนย์กลาง ปลาอร่อยมากๆ ทุกรายการ ฉันคิดว่าเพราะอยู่ใกล้แม่น้ำโขง ที่นี่จึงมีปลาต่างๆ นานาให้เลือกทานกัน อย่างไม่อั้นเลยทีเดียวค่ะ ไม่รู้มีใครติดใจจนอยากย้ายมาอยู่เชียงคานไหมนะคะ? จะได้กินปลาแม่น้ำโขงกัน

…เอ้อๆ จริงๆ อย่าลืมอีกอย่างนึงค่ะ เค้ายังมีข้าวหลามยาวที่กินเข้ากันกับมะขามหวานด้วยค่ะ เท่ากับ ได้สูตรของกินใหม่ๆ มาด้วยนะคะ “ข้าวหลามเชียงคานกินกับมะขามหวาน” สูตรทดลองกินดูแล้วรับรองอร่อยอย่าบอกใครค่ะ

เอาละค่ะ ว่าด้วยเส้นทางอาหารระหว่างท่องเที่ยวก็หมดเท่านี้นะคะ แต่หากท่านใดมีความเห็นหรือรายละเอียดอยากจะเพิ่มเติม จะเขียนคอมเมนท์ในบล็อกนี้ หรือผ่านเฟซบุ๊กก็ได้ค่ะ

ตอนต่อไป คิดว่า ถ้าหากมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับที่พัก ก็จะนำมาเขียนเล่าอีกนะคะ พบกันบล็อกหน้า ตอนนี้สวัสดีลาก่อนคะ

ขอให้บุญรักษาทุกท่านให้มีความสุขสงบในชีวิตที่ต้องโลดแล่นตลอดไปค่ะ

รักเสมอๆๆ เลย///

Posted in ecotourism., Food and drink, Travel | Leave a comment

ท่องเที่ยวในประเทศ บุกลุยไปทุกหย่อมหญ้าที่อยากไปสัมผัส (3)


เส้นทางอาหารการกินระหว่างการท่องเที่ยว จ.เลย

อาหารเช้าแบบนานาชาติที่ภูนาคำรีสอร์ต: เนื่องจากคืนแรกของการเดินทางของคณะเรา ผู้จัดโปรแกรม ออกแบบให้เราพักในรีสอร์ตสไตล์ฝรั่ง ภายใต้กลิ่นไอเอเชีย ที่ภูนาคำรีสอร์ตนี่นะคะ อาหารเช้าของเราจึงมีสไตล์ แบบนานาชาติ มีทั้งข้าวต้มเครื่อง กาแฟขนมปังปิ้ง ใครชอบแบบ คอนติเนนตอลก็ได้ หรือจะเป็นอาหารเช้า แบบอเมริกัน มีไข่ดาวหมูแฮมก็ได้อีกเช่นกัน นอกนั้นยังมีสลัดผักสดๆ อีกด้วย ที่นี่กาแฟอร่อยหอมเป็นแบบ กาแฟบดใหม่ๆ ชงเดี๋ยวนั้นค่ะ ที่ฉันเพลิดเพลิน มากที่สุดคือ กาแฟกินกับกล้วยตากที่อร่อยมากจนเกือบหยุดไม่ได้ ในความหวานนุ่มตามธรรมชาติของกล้วยตากที่นี่ค่ะ

กล้วยตากเนื้อนุ่มหวานอร่อย ฉันฟาดไปเกือบหมด

กล้วยตากเนื้อนุ่มหวานอร่อย ฉันฟาดไปเกือบหมด

สลัดผักเลือกตามชอบ

สลัดผักเลือกตามชอบ

ข้าวต้มเครื่องรสกลมกล่อม

ข้าวต้มเครื่องรสกลมกล่อม

สำหรับคนชอบขนมปัง ปิ้งเสร็จก็มาที่นี่ เที่ยวนี้ลืมถ่ายหม้อต้มกาแฟมาด้วย

สำหรับคนชอบขนมปัง ปิ้งเสร็จก็มาที่นี่ เที่ยวนี้ลืมถ่ายหม้อต้มกาแฟมาด้วย

คณะของเรารับประทานอาหารกลางวัน ณ ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ก่อนเดินทางขึ้นภูหลวง พร้อมกับเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารเป็นกับข้าวธรรมดา แต่ก็เป็นมือที่อร่อยมื้อหนึ่งทีเดียว เนื่องจากเป็นอาหารที่ทำเสร็จ ใหม่ๆ เสิร์ฟร้อนๆ ค่ะ มื้อนี้ไม่ได้เก็บภาพมาฝาก เนื่องจากต้องมีการฟังบริฟท์ข้อมูลเกี่ยวกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ภูหลวง พร้อมดูวิดีโอ ผ่านมัลติมีเดียต่อเนื่องไปเลย อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณ “ครัว” เขตภูหลวง และขอบอกว่า อาหารมื้อนี้ ได้ให้พลังอย่างวิเศษกับคณะเรา ทำให้สามารถเดินขึ้นและลงชื่นชมภูหลวงได้อย่างสบายๆ ไม่เกิดอาการจุกแน่นท้อง ขณะเดียวกันก็ไม่ทำให้เราหิวโหย ก่อนเวลาอันควร ถือได้ว่า เป็นอาหารมื้อที่ออกแบบมาอย่างเหมาะเจาะมื้อหนึ่งทีเดียว คุณเยี่ยมมากค่ะ //

มื้อค่ำท่ามกลางป่าเขา ณ “ชัชนารถรีสอร์ต” บรรยากาศสงบงามอย่างเรียบง่าย:

คณะเราลงจากภูหลวงก็เย็นพอดี ถึงชัชนารถรีสอร์ตเมื่อตอนย่ำค่ำแล้ว… อาบน้ำอาบท่าเสร็จ สักพักก็ได้เวลา อาหารเย็น ฉันและคุณเจ๊นิมิตอาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมออกเดินฝ่าความมืด ตาม “น้องจอย” (ถ้าจำไม่ผิด) เจ้าหน้าที่ ต้อนรับและผู้จัดการทั่วไปของรีสอร์ต ไปรับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารกลางของรีสอร์ตแห่งนี้ เพื่อนๆ คะ ในค่ำคืนวันนี้ ซึ่งเป็นคืนที่สองของการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดเลยของคณะเรา โปรแกรมเมอร์ ได้จัดให้เราเข้าพักที่รีสอร์ตสไตล์ท้องถิ่น ที่ได้ขึ้นชื่อว่าอนุรักษ์ธรรมชาติฟื้นฟูผืนป่า น้ำและสภาพแวดล้อมค่ะ ดังนั้น เค้าจึงมีของเด็ดๆ ให้เราก็ได้สัมผัส เช่นก่อนจะได้ทานอาหารก็ต้องเดินขึ้นเนินไป พอเหนื่อยกร่ำๆ สำหรับ สสว. เมนูอาหารค่ำนี้เป็นประเภทปิ้งย่างทานกับน้ำจิ้มและน้ำซุปที่ใส่ผักและวุ้นเส้น เรียกกันทั่วไปว่า “หมูกระทะ”

บรรยากาศดีมากค่ะ ในอุณหภูมิที่เย็นลงจากที่มีฝนตกเล็กน้อยเมื่อช่วงบ่ายตอนที่เราลงจากภูหลวง และท่ามกลาง เสียงหริ่งหรีดเรไร และแสงไฟที่วอมแวมและแมกไม้ป่าเขา …คิดดู…ว่า เรากินอาหารปิ้งย่างกันค่ะ (น่าจะมีใครมา เล่นกีตาร์อะคุสติกแบบย้อนยุคใต้แสงตะเกียงส่องแสงวอร์มไวท์ด้วยนะ)

แม้ว่าฉันได้ปาวารณาไม่กินเนื้อสัตว์ต่างๆ ทั้งหมู เนื้อ ไก่ แต่ก็ยังเหลือพวกกุ้งหอยปูปลาไว้ที่ขอบจานอยู่บ้าง และก็สามารถปิ้งต้มผักผลไม้กินไปพร้อมกันก็ได้ ฉันยังได้ปิ้งหมูหมักที่หอมๆ อร่อยๆ ให้กับเพื่อนร่วมโต๊ะ ได้อร่อยไปพร้อมๆ กับทุกคน และชื่นชอบบรรยากาศในคืนนี้มากค่ะ 11024883_322655057931441_1429683251_o 11025473_322655041264776_993584776_o 11018812_322560234607590_7500790359536851513_n 11041722_322560191274261_5337222122105484110_n กินอิ่มพอประมาณและนอนอุ่นหลับสบายตลอดทั้งคืนแล้ว ตื่นขึ้นอาบน้ำแต่งตัวอย่างสดชื่นสบายใจ เสร็จแล้วพากันเดินขึ้นเนินไปรับประทานอาหารเช้า ทุกอย่างดูเหมือนจัดไว้อย่างลงตัว มีบรรยากาศที่สงบงาม อย่างเรียบง่าย

อาหารเช้าที่รีสอร์ตอนุรักษ์ป่า: มีเมนูที่ให้เลือกได้หลายอย่างสามารถสั่งได้ตามรายการ ซึ่งอร่อยทั้งหมด (ยืนยันกันทุกคน) ฉันเลือกข้าวต้มน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นใสเห็ดจากไร่ ไข่ดาวกระทะเสิร์ฟมาทั้งชุด ดูอร่อย และยังมี ขนมปังไส้หมูสับ (มีคนบอกว่าเป็นแบบเวียดนาม) ที่มีเนื้อขนมปังที่นุ่มอร่อยเนื่องจากเป็นขนมปังแบบโฮมเมดค่ะ

มื้อนี้อร่อยฉันทานข้าวต้มสองชาม (ที่นี่เค้าทำชามเล็กๆ น่ะค่ะ) และตบท้ายด้วยไข่ดาวอีก 1 ฟอง เต็มๆ อิ่มพอดีๆ เลยทีเดียว ไม่ได้ถ่ายภาพอาหารมาฝากอีกแล้ว (มือหนักตักแต่ข้าว) แต่มีภาพที่ทุกคนนั่งทานร่วมกัน อย่างรื่นรมย์มาฝากแทน ขอบอกว่า ระหว่างที่นั่งทานมื้อเช้ากันนี้ มีเสียงเรไรร้องกล่อมด้วยตลอดเลยค่ะ

อนึ่ง ในเส้นทางอาหารที่ชัชนารถรีสอร์ตนี้ ยังมีสิ่งที่ทุกคนตื่นเต้นเป็นพิเศษคือ สตรอเบอร์รี่ที่มีรสหวานฉ่ำ ชื่นใจ เก็บมาสดๆ ใหม่ๆ จากไร่ (สวน) เล็กๆ ของรีสอร์ตเอง ซึ่งก่อนจะจากมาก็ได้พากันเดินไปเยี่ยมชม ทั้งสวน สตรอเบอร์รี่ และยังมีแปลงผักสลัดที่ทานกันสดๆ หวานกรอบเมื่อคืนด้วย และได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างเต็มที่ ก่อนอำลามุ่งหน้าสู่เชียงคานต่อไปค่ะ

ทานอาหารเช้าที่ชัชนารถรีสอร์ต

ทานอาหารเช้าที่ชัชนารถรีสอร์ต

เก็บสตรอเบอร์รี่หวานกรอบจากไร่ของชัชนารถเองค่ะ

เก็บสตรอเบอร์รี่หวานกรอบจากไร่ของชัชนารถเองค่ะ

สำหรับเส้นทางอาหารระหว่างการเดินทางที่เหลืออีก 1 วันครึ่งก่อนเดินทางกลับนั้น โปรดติดตาม ในบล็อกถัดไปนะคะ มีช็อตเด็ดมากฝากกันอีกเพียบเลยค่ะ สวัสดีลาไปก่อนนะคะ แล้วพบกันอีกๆๆๆ/// ด้วยรักทุกท่านเสมอ///

Posted in ecotourism., Food and drink, Travel | Leave a comment

ท่องเที่ยวในประเทศ บุกลุยไปทุกหย่อมหญ้าที่อยากไปสัมผัส (2)


เที่ยวจังหวัดเลยตอนที่ 2 ว่าด้วยเส้นทางอาหารการกินระหว่างเที่ยว

เป็นครั้งแรกนะคะเพื่อนๆ ที่ฉันเขียนถึงอาหาร (และจะเขียนถึงที่พักด้วย) ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว เพราะที่ผ่านมา สองอย่างนี้เป็นไรที่ฉันมักมองข้ามไปเลย เพราะสนใจการสำรวจ เก็บบันทึกความงามแปลกใหม่ ของธรรมชาติระหว่างการเดินทางเสียเป็นสำคัญ

ที่ต้องมาเขียนถึงก็เนื่องจากมีสิ่งที่น่าสนใจ น่าประทับใจจดจำไว้ในใจตามประสาฉันนั่นแหละค่ะ

ก๊วนกลุ่มที่ไปท่องเที่ยวแบบผจญภัยด้วยกัน มักจะคุ้นชินกับการหายตัวไปของฉันกับเจ๊ (คุณนิมิต ศัลยา) คู่หูคู่ต่าง ระหว่างช่วงรับประทานอาหารมื้อเย็น เพราะเรามักจะช่วงชิงเวลาเอาไปนอนแทนเป็นประจำ… แต่เมื่อไม่นานมานี้เราก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ ก็คือ พยายามหอบสังขารเข้าร่วมรับประทานอาหาร กับกลุ่มแก๊งให้ครบทุกมื้อ เพื่อจะไม่ตกข่าวและเหตุการณ์สำคัญในช่วงดังกล่าว แต่ก็ยังคงรับประทานเป็นมื้อเบาๆ เป็นสำคัญเพื่อถนอมพลังงานของร่างกายเอาไว้บุกลุยชื่นชมสิ่งที่จะได้พบเห็นระหว่างการเดินทางวันถัดไปค่ะ ค่ะ…

สำหรับ สสว. อย่างเรา การกินมากเป็นการทำลายพลังชีวิตตัวเองค่ะ

…เป็นเคล็ดนะคะเนี่ย ไม่รักไม่บอก/…

####

ความรู้สึกฉันนะคะ ขอบอกเลยค่ะว่าทัวร์จังหวัดเลยเที่ยวนี้ จัดอาหารและที่พักได้น่าประทับใจจริงๆ พูดในด้านอาหารการกินก่อน ตามความประทับใจฉันนะคะ ฉันเห็นว่าการจัดมีผ่อนหนักผ่อนเบาดีค่ะ ทำให้เราได้มีโอกาสสัมผัส ตั้งแต่อาหารแบบภัตตาคารหรู ร้านมีชื่อเสียงในท้องถิ่น จนถึงอาหารติดดินแบบพื้นบ้าน ของแท้ๆ กันเลย บอกได้ว่าได้รับความ ประทับใจน่าจดจำอย่างมาก

ตัวอย่างเส้นทางอาหารการกินเป็นดังต่อไปนี้ค่ะ

วันแรกและเมื่อหย่อนเท้าแตะพิษณุโลก ผู้นำทัวร์ที่น่ารักก็พาเราไปทานอาหารเช้าที่ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขา เป็นร้านมีชื่อของจังหวัดพิษณุโลกค่ะ เราได้ทานอาหารอร่อยและได้ตื่นเต้นกับความเป็นมาของชื่อร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งนี้ ไปพร้อมๆ กันค่ะ ก่อนที่จะนั่งรถตู้ชม ทิวทัศน์ข้างทางประมาณ 2 ชั่วโมงไปยังอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

ร้านก๋วยเตี๋ยว "ห้อยขา" มีชื่อของจังหวัดพิษณุโลก

ร้านก๋วยเตี๋ยว “ห้อยขา” มีชื่อของจังหวัดพิษณุโลก

จากนั้นเมื่อเราเดินทางต่อไปถึงจังหวัดเลย หลังจากได้เที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ผีตาโขนที่วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย ก็ไปทานมื้อกลางวันที่ร้าน ครัวอิ่มอุ่น ร้านอาหารแบบส้มตำไก่ย่าง ที่สามารถต้อนรับแขกชาวต่างประเทศได้เป็นอย่างดีด้วย ยืนยันว่าและอร่อยถูกปากทั้งไทยและเทศทุกคนจริงๆ

ร้านครัวอิ่มอุ่น

ร้านครัวอิ่มอุ่น

ทีมฝรั่งนับสิบมาทานอาหารที่ร้านนี้เช่นกันค่ะ

ทีมฝรั่งนับสิบมาทานอาหารที่ร้านนี้เช่นกันค่ะ

มื้อเย็นวันแรกนี้พิเศษมาก ระหว่างที่เรารอเพื่อเข้าชมคอนเสิร์ตวงดนตรีแจ๊ส วงใหญ่ จากประเทศ เนเธอร์แลนด์ ประชันกับวงดนตรีพื้นบ้าน ณ ศาลาประชาคม ที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย คณะเราได้มีโอกาสชิมรส อาหารพื้นบ้านที่มีหลากหลายมาก ระหว่างที่เที่ยวชมงานออกร้านอาหารพื้นบ้าน และร้านค้า ของที่ระลึกของชุมชน ด่านซ้ายที่จัดอยู่กลางลานที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย ขอบอกว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น และอิ่มอร่อยครบรสชาติค่ะ ภาพช่วงนี้ส่วนใหญ่อัพโหลดลงไว้ในข้อเขียนตอนที่ 1 ไปหลายภาพแล้วนะคะ เชิญย้อนไปดูประกอบด้วยก็ได้ค่ะ

DSC09684 DSC09690

เอาละค่ะ สำหรับเส้นทางอาหารในวันพรุ่งนี้ โปรดอ่านต่อในบล็อกถัดไปนะคะ มันมีเรื่องที่มีสเน่ห์น่าค้นหา ขณะที่ก็ให้ความรู้สึกแปลกใหม่จริงๆ ค่ะโปรดติดตามอ่านเพลินๆ นะคะ อยากให้ผ่อนคลายบ้าง ไม่อยากให้เครียดมากนัก

รักทุกท่านเสมอค่ะ/ ลาไปก่อนแล้วพบกันอีก///

Posted in ecotourism., Food and drink, Travel | Leave a comment

ท่องเที่ยวไปในประเทศ บุกลุยไปทุกหย่อมหญ้าที่อยากสัมผัส (1)


งาน Jazz Concert ที่ด่านซ้าย โชคดีที่ได้ชม

#####

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวไซเบอร์ที่รักทุกท่าน

เมื่อต้นมีนาคมที่ผ่านมา ฉันได้มีโอกาสร่วมกับเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ประมาณ 7-8 คน ได้มีโอกาสไปท่องเที่ยว ทัวร์ในประเทศ ไปที่จังหวัดเลย ซึ่งเป็นจังหวัดชายแดนภาคอีสานของไทยที่ติดต่อกับประเทศลาวนี่เองค่ะ

ท่องเที่ยวครั้งนี้แตกต่างจากหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ซึ่งมักค่อนไปทางท่องเที่ยวสำรวจและชื่นชมธรรมชาติกึ่งผจญภัยในดินแดนที่ห่างไกล และไปในต่างประเทศเป็นหลัก

แต่ครั้งนี้เป็นทัวร์ในประเทศที่ค่อนไปทางด้านการบันเทิง พักผ่อน สัมผัสและลิ้มรสชาติอาหารพื้นบ้านและการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นเป็นหลักค่ะ

แม้ไปในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 3 คืน 4 วัน แต่รายการทัวร์ที่จัดไว้อัดแน่นเต็มไปด้วยกิจกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจเก็บรับกันไม่หวาดไม่ไหวเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่อยู่ในวัยค่อนไปทางสูงอายุแล้วอย่างเรา แค่ 8 คนอายุรวมกันเกือบ 500 ปีเลยทีเดียวละค่ะ

#####

ไฮไลท์ของวันแรกก็ประทับใจสมาชิกทัวร์เราทุกคนเป็นอย่างมาก นั่นคือการเข้าชมงานแสดงคอนเสิร์ต “ที่นี่…ด่านซ้าย” ที่มีวงดนตรีแจ๊สวงใหญ่จากประเทศเนเธอร์แลนด์ขึ้นบรรเลงประชันกับวงดนตรีพื้นบ้านของไทยถิ่นอีสาน รวมทั้งชมงานออกร้านสินค้าและอาหารพื้นบ้านของชุมชนชาวบ้านเขตอำเภอด่านซ้าย กับการเปิดท้ายขายของ แสดงดนตรีเปิดหมวกบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอด่านซ้ายที่เต็มไปด้วยความคึกคัก

ก่อนเข้าชมคอนเสิร์ต หัวหน้าทัวร์ได้แจกเงินติดกระเป๋าให้เราคนละ 100 บาท ให้เดินชมงานพร้อมๆ กับชิมอาหารพื้นบ้านไปตามใจชอบ ซึ่งมีมากมายหลายหลากจะเลือกเกือบไม่ถูกค่ะ กระนั้นเราก็ชิมไปชมไปจนอิ่มอย่างไม่รู้ตัว โดยเงินติดกระเป๋าที่แจกมาให้ยังใช้ไม่หมดด้วยซ้ำเลยค่ะ

งานออกร้านแสดงและขายสินค้าและอาหารพื้นบ้านน่าสนใจดูตัวอย่างตามในรูป

งานนี้จัดในบริเวณที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยค่ะ

งานนี้จัดในบริเวณที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลยค่ะ

นายอำเภอกล่าวเปิดงานอย่างเป็นกันเอง

นายอำเภอกล่าวเปิดงานอย่างเป็นกันเอง

10986684_322573551272925_4045964770661235016_o 10988290_322573631272917_2682005279991969782_o 11018900_322573717939575_5797560903269747720_o1499028_322573467939600_9049386518718310443_o

หลังจากนั้นประมาณย่ำค่ำ ก็เข้างานที่จัดบนเวทีในหอประชุมใหญ่ของที่ว่าการอำเภอด่านซ้าย งานนี้เค้ามีการขายบัตรและจองบัตรล่วงหน้า กลุ่มพวกเราเค้าให้เป็นแขกอาวุโสได้นั่งแถวหน้าสุดเลยค่ะ

นักดนตรีของสองวงตั้งประชันคู่กันบนเวที ซ้ายเป็นวงดนพื้นบ้านของเรา ฝั่งขวาเป็นวงดนตรีแจ๊สแบบ Big Band นักดนตรีที่ร่วมวงมีมากกว่า 10 คนจัดว่าเป็นวงใหญ่มาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และวงดนตรีพื้นบ้านของเราก็ผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นบ้านตั้งแต่ซอ เครื่องเป่าเครื่องตีอีกหลายชนิดเช่น แคน  ระนาด  เป็นต้น

ไฮไลต์ของการแสดงดนตรีคือการที่นักดนตรีแต่ละคนทั้งหมดเล่นเครื่องดนตรีของตนได้อย่างเยี่ยมยอด จังหวะของเพลงเร้าใจตื่นตาตื่นใจ และที่สำคัญทุกคนกลมกลืนกับผู้ชมอย่างมาก ทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมและสนุกสนานตลอดเวลา ไม่มีใครมีปัญหา “หูไม่ถึง” ในการฟังดนตรีแจ๊สจากวงดนตรีนี้ กลับได้รับความสนุกสนานบันเทิงจากเสียงดนตรีที่เร้าใจ และนักดนตรีที่คึกคักเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคนดูอย่างไม่น่าเชื่อ รวมทั้งมีการฟ้อนรำประกอบดนตรี และให้ผู้ชมออกมาฟ้อนได้อย่างเสรี ใครใคร่ฟ้อนๆ จึงมีทั้งคนดูคนแสดงร่วมฟ้อนรำกันอย่างสนุกสนานบันเทิงจริงๆ

1495365_322575144606099_5380990914793039224_o 11043411_322575611272719_3602537087404176060_o

การฟ้อนจากนักเรียนโรงเรียนมัธยมด่านซ้าย

การฟ้อนจากนักเรียนโรงเรียนมัธยมด่านซ้าย

10857242_322574717939475_6260133132311362074_o1606286_322573984606215_1918490369572482437_o 11034442_322574494606164_6105876115806683131_o 11037762_322560591274221_8261747954582329951_n 11046833_322574384606175_8054062282040237991_o

นอกจากนั้น การเปิดการแสดงร่วมกับวงดนตรีพื้นบ้าน ที่เป็นวงของคนท้องถิ่นที่ประกอบด้วยนักเรียนและครูจากโรงเรียนประจำอำเภอ มีการสลับนักดนตรีของวงให้เข้าร่วมในวงของกันและกัน เป็นการแสดงคอนเสิร์ทวงใหญ่ที่หาชมได้ยากมาก ยังไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้มาก่อนเลยค่ะ แม้แต่วงดนตรีของคนไทยเราเองนะคะ

หัวหน้าทัวร์เล่าให้เราฟังว่า วงดนตรีนี้เค้าทำการบ้าน เค้าศึกษาวงดนตรีท้องถิ่นของเราอย่างจริงจัง และสามารถที่จะนำวงของเค้าเข้ามาสนธิร่วมแสดงกับวงดนตรีพื้นบ้านเราได้อย่างกลมกลืนและสร้างความประทับใจให้กับทุกฝ่ายโดยเฉพาะผู้เข้าชมอย่างมากมายทีเดียวค่ะ

คุณป้าๆ น้าอาที่นั่งชมทุกคนอดใจไม่ลุกขึ้นร่วมฟ้อนรำอย่างสนุกสนานไม่ได้เลยละค่ะ

Posted in Food and drink, Travel | Tagged , , , , | Leave a comment

2014 in review -สรุปความเคลื่อนไหวของบล็อกในรอบปี 2014


The WordPress.com stats helper monkeys prepared a 2014 annual report for this blog.

Here’s an excerpt:

A San Francisco cable car holds 60 people. This blog was viewed about 2,300 times in 2014. If it were a cable car, it would take about 38 trips to carry that many people.

Click here to see the complete report.

Posted in Uncategorized | Leave a comment

การกินน้ำตาลจากอาหารธรรมชาติ


ลูกพลัม Plum สีม่วงน่าทานมาก ขอบคุณภาพจากเน็ตค่ะ

ลูกพลัม Plum สีม่วงน่าทานมาก ขอบคุณภาพจากเน็ตค่ะ

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกท่าน

ถามว่าคุณเลือกกินน้ำตาลแบบไหนระหว่าง refined sugar น้ำตาลที่ผ่านกระบวนการผลิตจนออกมาเป็นเมล็ด / ผงน้ำตาล กับน้ำตาลจากต้นกำเนิดที่มากับผลไม้พืชผักต่างๆ ที่เรียกว่า whole-food sugar ฉันว่า ทุกคนน่าจะพิจารณาอย่างหลังใช่ไหมคะ? เราควรจะเลือกอะไรที่มันใกล้ธรรมชาติที่สุดไว้ก่อนแน่นอนอยู่แล้ว แต่ยังไงเสียมันก็จะขึ้นกับตอนปฏิบัติจริงว่าเป็นอย่างไร เพราะอย่างหลังมันเป็นสิ่งใหม่ที่ยังมีการปฏิบัติน้อย สิ่งรองรับที่จะอำนวยความสะดวกมันก็ยังน้อยอยู่ ไม่เหมือนวิถีแบบเก่าที่ปฏิบัติมานานๆ

ฉันเชื่อค่ะว่าหลายคนเปลี่ยนความเคยชินได้แล้ว เติมน้ำตาลน้ำปลาซอสซีอิ้วน้ำส้มในอาหารน้อยลง บางคนกินก๋วยเตี๋ยวไม่เติมอะไรเลย มายังไงก็กินอย่างนั้นเลย ฉันก็พบว่า แค่ที่เค้าทำมาให้ก็พอเพียงกินได้แล้ว ไม่ต้องเติมอะไรอีก…

บางคนที่เคยกินเค้กคุกกี้กับกาแฟเติมนมน้ำตาลครีมเต็มที่ ก็เปลี่ยนเป็นกาแฟดำล้วนๆ บดอัดชงกรองทีละถ้วย ขนมแกล้มก็อาจมีเพียงกล้วยสุก หรือผลอินทผลัม ละมุด หรือลูกพลัมหรือพรุนสุกงอมสองสามลูก แค่นี้ก็ไม่ต้องเติมน้ำตาลอะไรอีกเลย แถมยังได้สารอาหารอื่นๆ ที่มีอยู่ในผลไม้รสหวานดังกล่าวอีกมากมาย

บางคนชอบผลไม้ปั่นหรือ Smoothie ยิ่งดีใหญ่เลย… เอาผลไม้รสชาติต่างๆ มาผสมกัน เช่น กล้วยหอมสักสามสี่ลูก หรือกล้วยสุกๆ งอมๆ ชนิดอื่นที่มีอยู่ ผสมสตรอว์เบอรี่ สับปะรด หรือองุ่น  เติมน้ำมะพร้าวอ่อนสักครึ่งแก้วเล็ก แล้วปั่นเข้ากันเติมน้ำแข็งหรือใช้ผลไม้ที่แช่แข็งไว้แล้วเติมน้ำก่อนปั่น ก็จะได้สมูธี่แก้วใหญ่อร่อยหวานชื่นใจ กลิ่นรสตามธรรมชาติล้วนๆ ฉันชอบผลไม้แช่แข็งปั่นมากกว่าเอาผลไม้มาคั้นเอาแต่น้ำ เสียดายส่วนที่ว่าเป็นกากนั่น ล้วนเป็นสิ่งมีคุณค่าทางโภชนาการค่ะ ใครที่กลัวไม่อยู่ท้องก็อาจเพิ่มผลไม้สดหรือแห้งก็ได้ ที่มีรสชาติต่างๆ เพิ่มเข้าไปก็ได้  เช่น ใส่ลูกอินทผลัม ลูกพลัม อะโวคาโด หรือละมุดสุกๆฉ่ำๆ  ฝานเป็นชิ้นบางๆ วางข้างบนสมูธี่ของเราก็จะยิ่งดูน่ากินน่าเอร็ดอร่อยมากขึ้น อิ่มท้องมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องใส่น้ำเชื่อมน้ำหวานน้ำตาลชนิดใดเข้ามาอีกเลยค่ะ

อาหารที่เราจะได้ Whole-food sugar โดยตรงยังมีอีกมากมายหลายชนิดนะคะ รวมทั้งอาหารที่ดูเหมือนไม่ได้มีรสหวาน แต่ก็ให้น้ำตาลธรรมชาติระหว่างที่เราเคี้ยวรับประทานได้ เนื่องจากในปากเรามีน้ำลายที่สามารถย่อยอาหารเหล่านี้ทันทีที่เข้าปาก และก็จะให้รสหวานหลังจากเคี้ยวที่ปุ่มรับรสที่ลิ้นของเราสามารถสัมผัสได้ค่ะ อาหารพวกนี้ เช่น ข้าวเจ้าหุงสุก เส้นก๋วยเตี๋ยวต่างๆ โดยเฉพาะเส้นเล็กเส้นหมี่ที่ทำจากข้าวนำมาต้มสุก รวมทั้งมันเทศ มันฝรั่ง ฟักทอง น้ำเต้า และธัญพืชอีกหลายชนิดที่เรานำมาต้ม นึ่ง ปิ้ง ย่าง ลวกน้ำเดือดให้สุกทำให้เนื้อนุ่มและกินได้เลยค่ะ

บางอย่างเราสามารถกินในรูปผักสดได้โดยตรงเลย เช่น แตงร้านหรือมะละกอเอามาสับทำส้มตำ แตงกวา มะเขือเปราะ มะเขือเทศ ผักสลัดต่างๆ ซึ่งเป็นการรับสารอาหารโดยตรงไม่ต้องเอาไปผ่านความร้อน ซึ่งอาจจะทำให้สารอาหารหลายชนิดเสื่อมสลายไปเสียก่อน เป็นต้นนะคะ การกินผลไม้ปั่นที่กล่าวข้างบนก็อยู่ในกลุ่มของการกินอาหารแบบดิบ หรือที่เรียกว่า Raw Vegan นั่นเองค่ะ ซึ่งกินแบบดิบนี่ดีมากตรงที่เราได้รับสารอาหารครบถ้วนแบบตรงๆ เลย ครบกว่าการเอาไปปรุงสุก ดังนั้น ถ้าไม่จำเป็นเราก็ควรกินดิบดีที่สุดค่ะ นอกจากนั้นผักบางอย่างก็สามารถนำมาปั่นร่วมกับผลไม้สดๆ ได้ด้วย

น้ำตาลที่แฝงตัวอยู่ใน whole food หรืออาหารธรรมชาติที่เรารับประทานเข้าไปนั้น หากใครลองเสิร์ชเข้าไปดูตารางแยกแยะเฉพาะน้ำตาลในผลไม้ เหล่านี้ เราจะพบว่า ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวคือ กลูโคส กับ ฟรักโตส และน้ำตาลโมเลกุลคู่คือ ซูโครส (ประกอบด้วยกลูโคสและฟรักโตสอย่างละ 1 โมเลกุล) บ้างก็มีน้ำตาลกลูโคสเป็นหลัก เช่น ผลเสาวรสสีม่วงมีกลูโคส 4 กรัม/100 กรัม ขณะที่มีฟรักโตส และซูโครส ในระดับ 3 กรัมเศษตามลำดับ  ทับทิมมีกลูโคสถึง 5 กรัม/100 กรัม ขณะที่มี ฟรักโตสและซูโครสในระดับ 4.7 และ 0.4 กรัม เหมือนเป็นผลไม้แนะนำนะคะ ส่วนกล้วยของเรานั้นมีกลูโคสที่ 4.2 กรัม ขณะที่มีฟรักโตสและซูโครสที่ระดับ 2.7 และ 6.5 กรัมค่ะ

ลองไปเสิร์ชมาดูเป็นแนวทางในการเลือกกินได้นะคะ

อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า การเป็น whole-food sugar ของน้ำตาลในผลไม้เหล่านี้ เมื่อร่างกายเราเผาผลาญเพื่อนำไปใช้นั้น มันก็จะมีแบบแผนของมันที่ต่างจากน้ำตาลที่ผ่านกระบวนการอยู่แล้วค่ะ การที่มันมีน้ำตาลและสารอาหารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นไขมัน โปรตีน วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ ก็จะทำให้ร่างกายของเราใช้กระบวนการเผาผลาญอย่างครบถ้วนเป็นธรรมชาติ และฉันก็เชื่อว่า สารอาหารเหล่านี้ก็จะเข้าร่างของเราอย่างมีสมดุลที่ดีแน่นอนค่ะ

อ้อ/ และที่น่าสนใจอีกอย่างที่เป็นข้อแนะนำของเหล่านักกินผลไม้บอกกล่าวกันมาว่า… ให้เลือกกินผลไม้ที่สุกงอมมากๆ หากเป็นกล้วยก็เลือกกินแบบหยิบขึ้นมาก็ร่วงจากขั้วเลยยิ่งดีค่ะ เพราะนั่นหมายถึงเนื้อของผลไม้ได้แปรเป็นน้ำตาลกลูโคส พร้อมเข้าร่างมากกว่าผลไม้ที่ยังไม่สุกดีหรือเพิ่งสุกใหม่ๆ ค่ะ

ท่านที่หมอให้ระวังน้ำตาล ก็ระวังผลไม้ที่มีฟรักโตสและซูโครสสูงเอาไว้ก่อน เพราะสองตัวนี้เป็นน้ำตาลที่ย่อยยากและผ่านกระบวนการย่อยที่ซับซ้อนต่างจากกลูโคสที่สามารถเข้าสู่เซลล์ได้ง่ายกว่า ไม่เสี่ยงที่จะตกค้างในกระแสเลือด และสันนิษฐานว่าที่ว่ากินน้ำตาลแล้วส่งผลร้ายน่าจะมาจากตัวฟรักโตสนี่มากกว่ากลูโคสค่ะ

เพื่อนๆ ที่สนใจลองเสิร์ชไปอ่านบทความเกี่ยวกับน้ำตาลฟรักโตสนะคะ มีผลการศึกษาออกมาใหม่ๆ เยอะเลยค่ะ

วันนี้จบตรงนี้ก่อน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

ด้วยรักเสมอค่ะ

Posted in Uncategorized | Tagged , , , , , , | Leave a comment